นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ปราสาทพระวิหารไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมรโบราณอันรุ่งเรืองเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของการป้องกันประเทศ ความสามัคคี และหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย รวมถึงบูรณภาพแห่งดินแดน
ฮุน มาเนต ได้ยกย่องชาวกัมพูชาทุกชั่วอายุคนที่อุทิศตนรักษาปราสาทแห่งนี้เอาไว้ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระมหากษัตริย์กัมพูชา ที่ประสบความสำเร็จในการอ้างสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหารต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ เมื่อปี 1962
นอกจากนี้ ผู้นำกัมพูชายังขอบคุณ ฮุน เซน ผู้เป็นบิดา และนายกรัฐมนตรีคนก่อน ที่ผลักดันให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ระหว่างการประชุมที่มณฑลควิเบก ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ปี 2008 ซึ่ง ฮุน มาเนต ระบุว่าการได้รับสถานะมรดกโลกทำให้ปราสาทพระวิหารเป็นที่รู้จักมากขึ้นบนเวทีโลก อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการทำงานด้านการอนุรักษ์
ผู้นำกัมพูชา อ้างว่าแม้กัมพูชาจะพยายามใช้สันติวิธีแก้ไขความขัดแย้งที่ชายแดนกับประเทศไทย แต่การปะทะกัน 2 รอบเมื่อปีที่แล้ว ทำให้พื้นที่ส่วนต่าง ๆ ในบริเวณปราสาทพระวิหารได้รับความเสียหายจำนวน 562 จุด และงานบูรณะซ่อมแซมที่ใช้เวลานานเกือบ 20 ปี ถูกทำลาย
โดยก่อนหน้านี้มีการประเมินว่างานบูรณะฟื้นฟูปราสาทพระวิหารต้องใช้เงินราว ๆ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2,300 ล้านบาท ซึ่ง ฮุน มาเนต ระบุว่ารัฐบาลกัมพูชากำลังทำงานร่วมกับยูเนสโกและองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ประเมินความเสียหายทั้งหมด รวมถึงการใช้มาตรการอนุรักษ์ที่จำเป็น
ขณะเดียวกันรัฐบาลกัมพูชายังคงเดินหน้าความพยายามในการกำจัดอาวุธที่ยังคงตกค้างในปราสาทพระวิหารและดำเนินมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีโครงสร้างใด ๆ พังถล่มลงมาอีก