พลตรี เอสมาอิล กานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษในต่างประเทศ ของ IRGC ทำหน้าที่สนับสนุนเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธพันธมิตรของอิหร่าน ในตะวันออกกลาง เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มฮูตีในเยเมน และกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ ออกคำเตือนที่สร้างความกังวลไปทั้งโลก!
โดยบอกว่า "ความชั่วร้ายที่ระบอบไซออนิสต์กระทำในเลบานอนและกาซา ภายใต้การหนุนหลังอย่างเปิดเผยของสหรัฐฯ จะเป็นแรงผลักดันให้ แนวร่วมแห่งการต่อต้าน ขยายการสนับสนุนในทุกแนวรบ"
รวมถึงการเปิดแนวรบใหม่ๆ และจะดำเนินการให้สถานการณ์ใน "ช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ" เป็นแบบเดียวกันกับ "ช่องแคบฮอร์มุซ" นั่นหมายความว่า ถ้าอิสราเอลไม่หยุดโจมตีเลบานอนและกาซา อิหร่านจะปิดช่องแคบ "บับ เอล-มันเดบ" (Bab el Mandeb) เหมือนกับที่เคยปิดช่องแคบฮอร์มุซ" มาแล้ว ในช่วงแรกของการปะทะใหม่ๆ
ทั้งนี้ "ช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ" เป็นหนึ่งใน "จุดยุทธศาสตร์ทางทะเล" และเป็น "เส้นเลือดพลังงานโลก" เหมือน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ตั้งอยู่ระหว่างปลายคาบสมุทรอาหรับ คือ เยเมน กับชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก คือ จิบูตี และเอริเทรีย
ช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ กว้างเพียง 16 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 26 กม. (ฮอร์มุซ กว้าง 21 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 39 กิโลเมตร) เป็นประตูเชื่อม "ทะเลแดง" กับ "อ่าวเอเดน" และเป็นทางผ่านไป "คลองสุเอซ" ซึ่งเชื่อมทวีปเอเชีย-เอเชีย / เป็นหนึ่งในเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันและพลังงานของโลก / น้ำมันเชื้อเพลิงของโลกราว 12% หรือวันละ 9.3 ล้านบาร์เรล ผ่านช่องแคบนี้
ช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ อยู่ในเขตอิทธิพล "กลุ่มฮูตี" พันธมิตรสำคัญของอิหร่านที่ประกาศต่อต้าาสหรัฐฯ และอิสราเอล อย่างชัดเจน หากช่องแคบนี้ถูกปิดล้อมหรือเผชิญกับภัยคุกคามทางทหาร เรือสินค้าทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทางตอนใต้ของแอฟริกา ซึ่งจะเพิ่มระยะเวลาการเดินทางและทำให้ต้นทุนค่าขนส่งทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล