สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนเกาหลีเหนือ โดยถึงกรุงเปียงยางในช่วงเที่ยง มี คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และภริยา รี ซอลจู เดินทางมาต้อนรับด้วยตนเองที่สนามบิน
ภาพจากสื่อทางการจีนและเกาหลีเหนือเผยให้เห็นถนนหลายสายภายในกรุงเปียงยางประดับธงชาติจีนอย่างโดดเด่น รวมถึงมีการติดตั้งภาพขนาดใหญ่ของสี จิ้นผิง เพื่อแสดงการต้อนรับผู้นำจีนอย่างเป็นทางการ
การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของสี จิ้นผิง ในปีนี้ และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เพิ่งต้อนรับทั้ง วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง
นักวิเคราะห์มองว่า จังหวะเวลาของการเยือนสะท้อนความพยายามของจีนในการแสดงบทบาทมหาอำนาจที่มีอิทธิพลในเวทีโลก ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์
นอกจากนี้ การเยือนดังกล่าวยังเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนยังคงเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการทูตที่สำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือ แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เปียงยางจะกระชับความร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการทหาร
ก่อนเดินทางถึงเกาหลีเหนือ สี จิ้นผิง ได้เผยแพร่บทความผ่านหนังสือพิมพ์ทางการของเกาหลีเหนือ โรดอง ชินมุน โดยระบุว่า ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือสถานการณ์ระหว่างประเทศจะพัฒนาไปในทิศทางใด มิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนและเกาหลีเหนือยังคงไม่อาจทำลายได้ และยังคงเปล่งประกายพลังชีวิตอยู่เสมอ
จีนส่งสัญญาณทวงบทบาทจากรัสเซีย
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังความสัมพันธ์ระหว่างเปียงยางกับมอสโกแน่นแฟ้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อปี 2024 ประธานาธิบดีปูตินเดินทางเยือนเกาหลีเหนือและทั้งสองประเทศได้ลงนามสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน
ขณะที่ช่วงการระบาดของโควิด-19 การปิดพรมแดนส่งผลให้การติดต่อระหว่างจีนและเกาหลีเหนือลดลง ก่อนที่เกาหลีเหนือจะหันไปใกล้ชิดกับรัสเซียมากขึ้น รวมถึงมีรายงานว่ากรุงเปียงยางส่งกำลังพลหลายพันนายไปสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในสงครามยูเครน
นักวิเคราะห์มองว่าการเยือนของสี จิ้นผิง มีเป้าหมายสำคัญในการฟื้นสมดุลความสัมพันธ์และตอกย้ำความสำคัญของจีนต่อเกาหลีเหนือในช่วงที่โครงสร้างอำนาจโลกกำลังเปลี่ยนแปลง
จับตาประเด็นนิวเคลียร์
ก่อนการเดินทางของผู้นำจีนเพียงหนึ่งวัน สื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จองอึน ได้ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาวุธแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธทั้งแบบพิสัยไกลและขีปนาวุธร่อน
สัปดาห์ก่อนหน้านั้น คิมยังได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตวัสดุนิวเคลียร์สำหรับอาวุธ พร้อมประกาศว่าจะขยายศักยภาพกองกำลังนิวเคลียร์ของประเทศในขั้นก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าประเด็นโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือระหว่างสองผู้นำมากน้อยเพียงใด
แม้ว่าจีนจะถูกมองว่ากังวลต่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจกระตุ้นให้สหรัฐฯ เพิ่มบทบาททางทหารในภูมิภาคมากขึ้น แต่ปักกิ่งยังคงมองเปียงยางเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพันธมิตรที่ช่วยถ่วงดุลอิทธิพลของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออก
การเยือนครั้งนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 65 ปีของสนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ ที่ลงนามเมื่อปี 1961 ซึ่งยังคงเป็นสนธิสัญญาป้องกันร่วมฉบับเดียวที่จีนมีอยู่ในปัจจุบัน