สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าถล่มอิหร่านอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ตามคำสั่งของประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" โดยความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ทางกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (CENTCOM) ระบุว่าได้เปิดปฏิบัติการโจมตีต่ออิหร่าน เมื่อเวลา 17.15 น. ของวันที่ 10 มิ.ย.(ตามเวลาสหรัฐฯ) พร้อมกับเปิดภาพขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กไปยังเป้าหมายหลายจุดในอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ทางเซนต์คอมยังได้เปิดภาพถ่ายทางอากาศ ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธใส่ท้องเรือ "เอ็ม/ที เซตเตเบลโล" (M/T Settebello) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงประเทศปาเลา เนื่องจากพยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทางทะเลเพื่อลักลอบขนส่งน้ำมันออกจากประเทศอิหร่าน บริเวณอ่าวโอมาน
โดยเครื่องบินรบของกองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงขีปนาวุธที่มีความแม่นยำสูงเข้าใส่ห้องเครื่องของเรือลำดังกล่าวโดยตรง หลังจากที่ลูกเรือปฏิเสธ และละเลยคำเตือนของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซ้ำๆ หลายครั้ง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ยิงเรือน้ำมันธงชาติปาเลาไปแล้ว 1 ลำ
ขณะที่ผลการปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือที่มีเป้าหมายในการเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน นับตั้งเริ่มมาตรการในวันที่ 13 เมษายนเป็นต้นมา ได้ปิดการใช้งานเรือไปแล้วจำนวน 8 ลำ สั่งเรือเปลี่ยนเส้นทางในฮอร์มุซไปแล้ว 134 ลำ และอนุญาตเรือที่สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้ผ่านทางแล้ว 42 ลำ
และในวันนี้ (11 มิ.ย.) มีรายงานว่ามีสินค้า "เอ็ม/ที จาลเวียร์" (MT Jalveer) ถูกโจมตีนอกชายฝั่งโอมาน โดยมีลูกเรือชาวอินเดียว จำนวน 20 คน อยู่บนเรือลำดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ได้เกิดเพลิงลุกไหม้ อย่างรุนแรงบริเวณห้องเครื่อง ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้นบนเรือ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด "โดนัลด์ ทรัมป์" โพสต์ Truth Social ประกาศโจมตีอิหร่านอย่างหนักในคืนนี้ และเตรียมจะยึดเกาะคาร์ก และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันอื่นๆ รวมถึงเข้าควบคุมตลาดน้ำมันและก๊าซอย่างเบ็ดเสร็จ เหมือนที่เคยทำกับเวเนซุเอลา ซึ่งได้ผลดีเยี่ยมทั้งสำหรับเวเนซุเอลาและสหรัฐอเมริกา