รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิหร่าน ยืนยันว่ากองทัพยังคงเตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงครามและตอบโต้การละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งสหรัฐฯ ยังไม่ตั้งใจที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขภายใต้บันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามที่ทั้งสองชาติลงนามเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
คำเตือนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ระหว่าง พลจัตวา มาจิด เอ็บน์ เรซา รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิหร่านและ ชีค ซาอุด บิน อับดุลราห์มาน อัล ทานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกาตาร์
พลจัตวา เรซา ย้ำว่าอิหร่านไม่สามารถไว้ใจสหรัฐฯได้ และพร้อมจะดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างเหมาะสม หากมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
เช่นเดียวกับ โมฮัมหมัด กาลีบัฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าทีมเจรจาฝ่ายอิหร่านที่ระบุว่าอิร่านยังคงเตรียมความพร้อมทำสงครามเสมอ แม้จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูตเป็นลำดับแรก
ท่าทีแข็งกร้าวล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากกองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหาร 8 แห่งของกองทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการระลอกล่าสุดของสหรัฐฯต่อเป้าหมายในดินแดนอิหร่าน หลังจากเรือสินค้าถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
โดย คาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงกับโอมาน ซึ่งควบคุมอีกฝั่งหนึ่งของ ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อดูแลเรือที่สัญจร แต่อิหร่านจะเดินหน้าแผนของตนเองหากโอมานไม่สนใจทำเช่นนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ความเห็นดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นว่าอิหร่านไม่มีความประสงค์จะกลับไปสู่สถานภาพเดิมก่อนสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ซึ่งเรือสินค้าสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี
ข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นที่ลงนามกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า อิหร่านจะไม่เก็บค่าผ่านทางเป็นเวลา 60 วัน แต่เปิดช่องให้เรือต้องถูกเก็บค่าธรรมเนียมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหลังจากนั้น