องค์การอนามัยโลก หรือ WHO รายงานว่า นับตั้งแต่มีการประกาศการระบาดเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลาที่ได้รับการยืนยันผลแล้วมีจำนวน 1,759 คน ในดีอาร์คองโก จำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิตประมาณ 600 คน การระบาดในครั้งนี้มีอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย (Case fatality rate) 34 เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยในดีอาร์คองโกที่ได้รับการรักษาหายรวม 285 คน ขณะที่มีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาแต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอีก 304 คน
โดยเวลานี้มีการเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อมากกว่า 10,000 คน โดยมีอัตราการติดตามผลอยู่ที่ 82 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ขององค์การอนามัยโลกประเมินว่าจำเป็นต้องมีอัตราการติดตามผลสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ จึงจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ
โดยขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการ หรือห้องแล็บ ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น จากเดิมที่ตรวจได้เพียง 30 ตัวอย่างต่อวันในเมืองหลวงกินชาซา เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,000 ตัวอย่างในห้องแล็บส่วนท้องถิ่นที่กระจายอยู่ตามจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ
ปัจจัยหลักที่ทำให้การระบาดของอีโบลาครั้งนี้แพร่กระจายเร็วและควบคุมยากคือ การเคลื่อนย้ายของประชากร, สถานการณ์ความไม่สงบที่ยังคงยืดเยื้อ และความเปราะบางของระบบสาธารณสุข
ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ยอมรับว่า การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกรอบนี้ เป็นการระบาดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา สำหรับการระบาดของอีโบลาระลอกปัจจุบัน คือการระบาดครั้งที่ 17 ที่เกิดขึ้นในดีอาร์คองโก
การระบาดระลอกล่าสุดนี้ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พ.ค. หลังจากมีผู้เสียชีวิตหลายรายในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ก่อนที่เชื้อจะเริ่มแพร่กระจายไปในอีก 3 จังหวัดใกล้เคียง แต่การระบาดส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ที่จังหวัดอิตูรี