เช็กคุณสมบัติแผนที่โลกแต่ละแบบ หลังมติ UN หนุนใช้ "แผนที่อีควอลเอิร์ท"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เช็กคุณสมบัติแผนที่โลกแต่ละประเภท แบบไหนเหมาะใช้ทำอะไรบ้าง หลังมติ UN หนุนใช้ "แผนที่อีควอลเอิร์ท" สะท้อนขนาดจริงของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะ "แอฟริกา"

หลังสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) มีมติสนับสนุนให้หันมาใช้แผนที่โลกแบบอีควอลเอิร์ท (Equal Earth Projection) ซึ่งสะท้อนขนาดจริงของทวีปต่าง ๆ โดยเฉพาะแอฟริกาได้ใกล้เคียงกว่าแผนที่แบบเมอร์เคเตอร์

อย่างไรก็ตาม ไม่มีแผนที่ 2 มิติแบบใดที่สามารถแสดงโลกได้ถูกต้องทุกด้านพร้อมกัน สาเหตุสำคัญมาจากข้อจำกัดพื้นฐานทางเรขาคณิต เพราะโลกมีพื้นผิวโค้งคล้ายทรงกลม แต่แผนที่ที่เราเห็นส่วนใหญ่ถูกนำเสนออยู่บนพื้นผิวราบ

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) มีมติสนับสนุนให้หันมาใช้แผนที่โลกแบบอีควอลเอิร์ท (Equal Earth Projection) Reuters/UNTV
สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) มีมติสนับสนุนให้หันมาใช้แผนที่โลกแบบอีควอลเอิร์ท (Equal Earth Projection)

เมื่อต้องแปลงพื้นผิวทรงกลมให้กลายเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม นักทำแผนที่จึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะรักษาสิ่งใดไว้ และยอมให้สิ่งใดผิดเพี้ยนไป ไม่ว่าจะเป็น ขนาดพื้นที่ รูปร่าง ระยะทาง หรือทิศทาง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแผนที่โลกหลายแบบจึงให้ภาพของโลกที่แตกต่างกัน

แผนที่เมอร์เคเตอร์ใช้เดินเรือดี แต่ทำพื้นที่ใกล้ขั้วโลกใหญ่เกินจริง

แผนที่แบบเมอร์เคเตอร์ ถูกสร้างขึ้นในปี 1569 โดยนักทำแผนที่ชาวเฟลมิช เจอราร์ดัส เมอร์เคเตอร์ จุดประสงค์หลักของมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงขนาดของประเทศให้แม่นยำ แต่เพื่อช่วยนักเดินเรือชาวยุโรปในการเดินทางข้ามมหาสมุทร

เจมส์ เชสเชียร์ ศาสตราจารย์ด้านการทำแผนที่จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน อธิบายว่า เมอร์เคเตอร์ต้องการให้เส้นตรงที่ลากบนแผนที่ สอดคล้องกับเส้นทางตรงตามเข็มทิศเมื่อนำไปใช้จริง และแผนที่แบบเมอเคเตอร์ทำหน้าที่นี้ได้ดีมาก

เพื่อรักษามุมและทิศทางไว้ เมอร์เคเตอร์ต้องขยายเส้นกริดบนแผนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเข้าใกล้ขั้วโลก ผลที่ตามมาคือ ดินแดนใกล้เส้นศูนย์สูตรจะดูเล็กกว่าความเป็นจริง ขณะที่พื้นที่ใกล้ขั้วโลกจะถูกยืดให้ดูใหญ่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ แอฟริกากับกรีนแลนด์

บนแผนที่เมอร์เคเตอร์ ทั้งสองอาจดูมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ในความเป็นจริง แอฟริกามีพื้นที่มากกว่ากรีนแลนด์ประมาณ 14 เท่า แม้จะถูกสร้างมานานกว่า 450 ปี แต่แผนที่แบบเมอร์เคเตอร์ยังคงเป็นพื้นฐานของแผนที่จำนวนมากที่พบในห้องเรียน โทรทัศน์ และโลกออนไลน์ รวมถึงแผนที่ดิจิทัลบางประเภท

นักวิจารณ์มองว่า การบิดเบือนขนาดพื้นที่ไม่ได้เป็นเพียงข้อผิดพลาดเชิงเทคนิค เพราะอาจส่งผลต่อการรับรู้ของผู้คนด้วย มนุษย์มีแนวโน้มเชื่อมโยงสิ่งที่ดูใหญ่กว่า เข้ากับความสำคัญ อำนาจ หรือศักยภาพที่มากกว่าโดยอัตโนมัติ

คิโอโก มูเอนโด นักภูมิศาสตร์ชาวเคนยา มองว่า การทำให้แอฟริกาดูเล็กกว่าความเป็นจริงอาจลดทอนภาพของทรัพยากร ประชากร และโอกาสทางการลงทุนของทวีปโดยไม่รู้ตัว

เขาระบุว่า แผนที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเดินทาง แต่ยังมีอิทธิพลต่อวิธีที่ผู้คนรับรู้ภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งในมิติการเมืองและเศรษฐกิจ

แล้วแผนที่อีควอลเอิร์ทคืออะไร?

แผนที่อีควอลเอิร์ทถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมนักทำแผนที่ในปี 2018 เพื่อแก้ข้อจำกัดสำคัญของแผนที่เมอร์เคเตอร์ แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแผนที่โรบินสัน ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 1963 และออกแบบให้สามารถแสดงพื้นผิวโลกทั้งหมดในภาพเดียวได้

จุดเด่นของแผนที่อีควอลเอิร์ทคือการรักษาสัดส่วนพื้นที่ของประเทศและทวีปต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่าเมอร์เคเตอร์ ด้วยเหตุนี้ ประเทศสมาชิกสหภาพแอฟริกา หรือ AU จึงรับรองการใช้แผนที่อีควอลเอิร์ทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่ UN จะมีมติสนับสนุนแคมเปญ "Correct the Map"

อย่างไรก็ตาม แผนที่อีควอลเอิร์ทก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพื่อรักษาพื้นที่ให้ถูกต้อง 07’ต้องยอมแลกกับคุณสมบัติอื่น โดยเฉพาะเส้นทางตรงและทิศทางที่แผนที่เมอร์เคเตอร์ทำได้ดี

ดังนั้น แผนที่อีควอลเอิร์ทจึงไม่เหมาะสำหรับใช้เดินเรือตามเข็มทิศ และไม่สามารถนำมาใช้วัดระยะทางจริงระหว่างสถานที่ต่าง ๆ บนโลกได้โดยตรง

เชสเชียร์อธิบายว่า นักทำแผนที่อาจเลือกเก็บรักษาพื้นที่ รูปร่าง ระยะทาง หรือทิศทางได้ แต่ไม่สามารถรักษาทุกอย่างพร้อมกันอย่างสมบูรณ์ เพราะหากทำได้ แผนที่นั้นก็แทบต้องกลับไปเป็นลูกโลกอยู่ดี

แผนที่ปีเตอร์ส ขนาดถูก แต่รูปร่างเพี้ยน

อีกหนึ่งแผนที่ที่มักถูกหยิบมาเปรียบเทียบคือ แผนที่ปีเตอร์ส แผนที่นี้ได้รับการออกแบบโดยนักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมัน อาร์โน ปีเตอร์ส ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 โดยมีพื้นฐานมาจากระบบที่นักทำแผนที่ชาวสกอตแลนด์ เจมส์ กอลล์ เคยอธิบายไว้ตั้งแต่ปี 1855

แผนที่ปีเตอร์ส เลือกรักษาความถูกต้องของ ขนาดพื้นที่ จึงช่วยแก้ปัญหาที่ทำให้กรีนแลนด์ดูใกล้เคียงกับแอฟริกา และทำให้ผู้ดูสามารถเปรียบเทียบขนาดพื้นที่ของแต่ละดินแดนได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ต้องแลกคือ รูปร่างของประเทศและทวีป

พื้นที่ใกล้ขั้วโลกจะดูถูกบีบให้แบน ขณะที่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรถูกยืดออก ทำให้ประเทศและทวีปหลายแห่งมีรูปร่างผิดจากที่เราคุ้นเคย เช่น รัสเซียอาจดูเล็กและแคบกว่าปกติอย่างมาก

แม้เส้นละติจูดและลองจิจูดบนแผนที่ Peters จะยังดูเป็นเส้นตรง แต่เส้นเหล่านี้ไม่ได้แทนเส้นทางตามเข็มทิศจริง จึงไม่เหมาะสำหรับการเดินเรือ

แผนที่แบบ UN รักษาระยะทางจากจุดศูนย์กลาง

โลกยังมีระบบการทำแผนที่อีกหลายแบบ หนึ่งในนั้นคือ แผนที่แอซิมัททัลอีควิดิสแทนต์ ซึ่งมีหลักการคือ เลือกจุดหนึ่งเป็นศูนย์กลาง แล้วแสดงให้ทุกจุดบนแผนที่มีทั้งทิศทางและระยะห่างจากจุดศูนย์กลางนั้นได้อย่างเหมาะสม

ตัวอย่างที่หลายคนคุ้นตาคือ แผนที่โลกบนธงสหประชาชาติ แผนที่บนธง UN ใช้ขั้วโลกเหนือเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วกระจายทวีปต่าง ๆ ออกไปรอบ ๆ

ข้อดีคือ หากวัดจากจุดศูนย์กลาง ระยะทางและทิศทางไปยังจุดอื่นสามารถแสดงได้อย่างมีประโยชน์ แต่เมื่อเคลื่อนออกห่างจากจุดศูนย์กลางมากขึ้น รูปร่างและพื้นที่ของดินแดนก็จะเริ่มผิดเพี้ยน จึงเหมาะกับงานบางประเภท แต่ไม่ใช่แผนที่ที่สามารถแทนโลกทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์เช่นกัน

ทำไม "ทิศเหนือ" ต้องอยู่ด้านบน?

อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ การนำทิศเหนือมาไว้ด้านบนของแผนที่โลกไม่ได้เป็นกฎธรรมชาติ แผนที่สามารถหมุนกลับหัวได้โดยไม่ทำให้ภูมิศาสตร์ของโลกเปลี่ยนไป

จึงมีแผนที่ที่เรียกว่า แผนที่แบบใต้ขึ้นบน หรือ South-up Map ซึ่งนำทิศใต้ขึ้นมาไว้ด้านบน และย้ายพื้นที่ซีกโลกใต้ เช่น แอฟริกา อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย ไปอยู่บริเวณด้านบนของภาพ ในทางเทคนิค แผนที่ลักษณะนี้เป็นเพียงการหมุนแผนที่แบบดั้งเดิม 180 องศา

แต่การเปลี่ยนตำแหน่งดังกล่าวสามารถทำให้ผู้ดูตั้งคำถามกับภาพจำที่คุ้นเคยว่า เหตุใดพื้นที่บางส่วนของโลกจึงถูกวางไว้ด้านบน และพื้นที่อื่นอยู่ด้านล่าง

แล้วแบบไหนถูกที่สุด?

หากถามว่าแผนที่โลกชนิดใดถูกต้องที่สุด คำตอบจึงขึ้นอยู่กับว่า ต้องการใช้แผนที่ทำอะไร หากต้องการรักษาทิศทางและมุมเพื่อใช้ในการเดินเรือ แผนที่เมอร์เคเตอร์มีข้อได้เปรียบ หากต้องการเปรียบเทียบขนาดพื้นที่ของประเทศและทวีป แผนที่อีควอลเอิร์ทหรือแผนที่ปีเตอร์ส จะสะท้อนความเป็นจริงได้ดีกว่า หรือหากต้องการแสดงระยะทางและทิศทางจากจุดใดจุดหนึ่ง แผนที่แอซิมัททัลอีควิดิสแทนต์ ก็อาจเหมาะกว่า

ดังนั้น ประเด็นสำคัญของมติ UN ที่ผลักดันแผนที่อีควอลเอิร์ท จึงไม่ใช่การประกาศว่าแผนที่นี้ถูกต้องทุกอย่าง แต่เป็นการเลือกใช้แผนที่ที่ตอบโจทย์มากกว่าในบริบทที่ต้องการสะท้อน ขนาดที่แท้จริงของทวีปและประเทศ

และในกรณีของแอฟริกา นั่นหมายถึงการแก้ภาพจำที่มีมายาวนานจากแผนที่เมอร์เคเตอร์ ซึ่งทำให้ทวีปที่มีพื้นที่มากกว่า 30 ล้านตารางกิโลเมตร ดูเล็กกว่าความเป็นจริงมาก

ท้ายที่สุด ไม่ว่าโลกจะถูกวาดด้วยแผนที่แบบใด ทุกแผนที่ต่างเป็นการเลือกว่าจะรักษาความจริงด้านใดไว้ และยอมให้ความจริงด้านใดถูกบิดเบือนไป เพราะวิธีเดียวที่จะเห็นทั้ง พื้นที่ รูปร่าง ระยะทาง และทิศทาง ของโลกได้ใกล้เคียงความเป็นจริงพร้อมกันที่สุด ก็ยังคงเป็นการมองโลกในรูปของ "ลูกโลก" อยู่ดี

ที่มา: BBC

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ