ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน หยุดส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันดีเซลในรัสเซีย โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั่วโลก
ที่ผ่านมา ยูเครนได้ส่งโดรนโจมตีทางอากาศระยะไกลอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย โดยพุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ส่งผลให้กำลังการกลั่นน้ำมันของรัสเซียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ล่าสุด ทรัมป์ได้กล่าวระหว่างการเยือนไอร์แลนด์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กันยายนว่า "สิ่งหนึ่งที่เซเลนสกีต้องทำคือ เขาต้องหยุดทำลายเชื้อเพลิงดีเซลในรัสเซีย"
"เขาโจมตีเป้าหมายอื่นได้ แต่ต้องไม่ใช่เชื้อเพลิงดีเซล เนื่องจากเขากำลังทำให้เกิดการขาดแคลน ซึ่งไม่ได้เกิดจากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างรัสเซียกับยูเครนด้วย" ทรัมป์กล่าว
คำพูดของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่สงครามกับอิหร่านยังคงยืดเยื้อและส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เนื่องจากการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน ทั้งรัสเซียและยูเครนยังคงยกระดับการโจมตีทางอากาศ โดยทางการยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียได้ส่งโดรนเข้าโจมตีปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองยาโฮดิน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของยูเครน ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนประเทศโปแลนด์ เมื่อคืนวันเสาร์
นอกจากนี้ การรถไฟยูเครนยังระบุว่า หัวรถจักรของรถไฟโดยสารขบวนหนึ่งถูกโดรนของรัสเซียโจมตี ห่างจากพรมแดนโปแลนด์ 2 กิโลเมตร
ก่อนหน้านั้นไม่นาน รถไฟขบวนพิเศษทางการทูต ซึ่งบรรทุกคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงจากหลายชาติสมาชิกสหภาพยุโรป รวมถึงอดีตผู้นำชาติยุโรป เช่น บอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เพิ่งจะเดินทางออกจากสถานียาโฮดิน หลังร่วมการประชุมยุทธศาสตร์ยุโรปยัลตาที่กรุงเคียฟ
ขณะที่กองทัพยูเครนแถลงว่า กองกำลังของตนได้ส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในสาธารณรัฐตาตาร์สถานของรัสเซียเช่นกัน