โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความลงบน Truth Social ว่า ยูเครนตกลงที่จะไม่โจมตีเป้าหมายด้านพลังงานของรัสเซีย และรัสเซียก็ตกลงที่จะทำเช่นเดียวกัน พร้อมกับย้ำว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่ใช่อิหร่าน
คำกล่าวอ้างของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงต่อเนื่องหลังสงครามอิหร่านเข้าสู่เดือนที่ 7 ซึ่งส่งผลกระทบให้ต้นทุนเชื้อเพลิงและอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน อย่างรุนแรงระหว่างการเดินทางเยือนไอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุว่า สิ่งหนึ่งที่เซเลนสกีต้องทำคือ หยุดทำลายโรงกลั่นน้ำมันดีเซลในรัสเซีย เนื่องจากภาวะขาดแคลนที่กำลังขยายตัว พร้อมเสริมว่าตนได้พูดคุยกับผู้นำยูเครนแล้ว เกี่ยวกับการยกระดับการโจมตีพื้นที่ดังกล่าวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ที่ผ่านมา ยูเครนได้พุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของรัสเซียที่อยู่ไกลจากชายแดน ขณะที่ฝั่งรัสเซียก็ได้ยกระดับการโจมตีระยะไกลอย่างหนักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาได้มีการหารือที่ดีเยี่ยมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย โดยยืนยันว่าปูตินต้องการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในยูเครน เช่นเดียวกับเซเลนสกี
ขณะที่เซเลนสกีระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เขาพร้อมที่จะเข้าร่วมการหารือกับปูตินในการประชุมสุดยอด G20 ที่รีสอร์ตของทรัมป์ในไมอามี ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ แต่ทางรัสเซียได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ดังกล่าว