WorldBank2026 WorldBank2026

มุมมองและการยอมรับของเทคโนโลยีการชำระเงิน ช่วง วิกฤตโควิด 19

เผยแพร่

วิกฤตโควิด 19 มีผลต่อมุมมองและการยอมรับของเทคโนโลยีการชำระเงินใหม่ๆ ในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยและกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลกอย่างไร

ก่อนการระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่สังคมไร้เงินสดโดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งตั้งเป้าปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ การระบาดเป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคหันมาใช้การชำระเงินในระบบดิจิตัลเป็นที่นิยมมากขึ้นไม่ใช่แค่ในประเทศไทยแต่ทั่วโลก ในตอนนี้ผู้บริโภคเปิดใจและมองหาการชำระเงินแบบไร้เงินสดและแบบดิจิตัลใหม่ๆ มากกว่าเมื่อก่อน

ดังนั้น ลองมาดูกันว่ามุมมองของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีต่อการชำระเงินแบบไร้เงินสดนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

การไร้ความสัมผัสคือความสะดวกสบาย: เมื่อการระบาดของโควิด 19 เริ่มขึ้น หลากหลายประเทศเข้าสู่การ ล็อกดาวน์และการจำกัดการรวมตัวของผู้คนเพื่อความปลอดภัยของทุกคน ในช่วงเวลานี้ ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสดในการซื้อสินค้าที่ต้องการอย่างปลอดภัย เมื่อปีก่อน ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า

91% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกใช้การชำระเงินแบบ แตะ-จ่าย (Tap-And-Go) ในขณะเดียวกันที่ประเทศไทยในช่วงเดือนเมษายน เราเห็นว่าผู้คนใช้บัตรเครดิทชำระเงินแบบไร้การสัมผัสมากขึ้นถึง 18% และการชำระเงินแบบไร้การสัมผัสสำหรับบัตรเดบิทมากขึ้นถึง 15% ในปี 2564 ผลสำรวจการจับจ่ายวิถีใหม่ของมาสเตอร์การ์ด (Mastercard New Payments Index) เผยให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยหันมาใช้บริการการชำระเงินแบบไร้การสัมผัสมากกว่าเมื่อก่อนเพื่อซื้อสินค้าประเภทของสด (84%) อาหารสำเร็จรูป (86%) และการเดินทาง (72%) โดยเทรนด์เหล่านี้ก็มีให้เห็นในเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่นๆ

ความตื่นเต้นจากการมีตัวเลือกในการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น: ในประเทศไทย 96% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะใช้การชำระเงินรูปแบบใหม่อย่างน้อยหนึ่งอย่าง เช่นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ การผ่อนชำระ สกุลเงินคริปโต เทคโนโลยีไบโอเมตริก และอื่นๆ ในช่วงปีที่กำลังจะมาถึง ตัวเลขในประเทศไทยสูงกว่าตัวเลขอื่นๆ ที่เราเห็นในเอเชียแปซิก (94%) และทั่วโลก (93%) นอกจากนั้น 93% ของผู้บริโภคชาวไทยมีทางเลือกในการชำระเงินมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และ 91% ได้ใช้บริการการชำระเงินรูปแบบใหม่อย่างน้อยหนึ่งอย่างในปีที่ผ่านมา 77% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยบอกว่าพวกเขาคงไม่ได้ลองใช้การชำระเงินรูปแบบใหม่หากไม่ได้มีการระบาด

การชำระเงินรูปแบบดิจิทัลมีความปลอดภัยมากกว่าเงินสด: ในเอเชียแปซิฟิก 51% ของผู้บริโภคกล่าวว่าการชำระเงินรูปแบบดิจิทัลมีความปลอดภัยมากกว่าเงินสดเมื่อเทียบกับ 61% ของผู้บริโภคในประเทศไทย การชำระเงินในรูปแบบที่ผู้บริโภคคุ้นเคยจะมีผลต่อความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการใช้ของผู้บริโภค ในประเทศไทยคิวอาร์โค้ด (77%) และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (72%) ถูกมองว่าปลอดภัยกว่าเงินสด (67%)

เปิดใจในการใช้ไบโอเมตริกและสกุลเงินคริปโต: ในขณะที่ผู้บริโภคส่วนมากในเอเชียแปซิฟิกพิจารณาใช้การชำระเงินแบบไร้การสัมผัสในปีหน้า มากกว่าครึ่งยินดีที่จะใช้ระบบไบโอเมตริกและสกุลเงินคริปโต 64% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก (50% ในประเทศไทย) มีความตื่นเต้นในศักยภาพของระบบไบโอเมตริกอย่างการแสกนลายนิ้วมือและการทดลองการใช้งาน (walk assessments) ผู้บริโภคชาวไทยมีความสนใจในการใช้สกุลเงินคริปโตมากที่สุดในโลก ผลสำรวจการจับจ่ายวิถีใหม่ของมาสเตอร์การ์ด ของปี 2564 ชี้ให้เห็นว่า 46% ของชาวไทย (หนึ่งในสองคน) มีความสบายใจที่จะซื้อและใช้สกุลเงินคริปโตเมื่อเทียบกับ 40% ของเอเชียแปซิฟิกและทั้งโลก

เมื่อความสนใจในการใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นทางเลือกในการชำระเงินสำหรับชีวิตประจำที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกในไตรมาสสอง ของปี 2563 ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเปิดตัวของสกุลเงินดิจิทัลจากธนาคารกลาง (CBDC) ซึ่งทำให้ ชาวไทยจะมีช่องทางในการทำธุรกรรมการเงินที่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น และยังสนับสนุนการเดินหน้าของเทคโนโลยีในประเทศ รวมถึงผลักดันการพัฒนาของนวัตกรรมและความแตกต่างในการทำธุรกรรมการเงินอีกด้วย

ในปี 2563 เกิด Central Bank Digital Currencies Testing Platform  โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ธนาคารกลางสามารถทำการทดลอง การอนุมัติ การจำหน่าย แลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล (CBDC) และบริการการทำธุรกรรมทางการเงินแบบเสมือนจริง ซึ่งจะช่วยให้วินิจฉัยและพัฒนากลยุทธ์เพื่อเริ่มการใช้งานและวางกฎระเบียบให้กับสกุลเงินดิจิทัล หลังจากการเปิดตัวของ Testing Platform ไปได้ไม่ถึงปี

ทางมาสเตอร์การ์ดได้ประกาศถึงการ ร่วมงานกับ Island Pay ที่สนับสนุนโดยธนาคารกลางของประเทศบาฮามาสเพื่อเปิดตัวบัตรชำระเงินที่รองรับสกุลเงินดิจิทัลที่แรกของโลก การร่วมงานครั้งนี้จะเปิดทางให้ชาวบาฮามาสได้ใช้เงินสกุลดิจิทัลอย่างเป็นทางการในนาม “The Bahamas Sand Dollar” ในการซื้อของผ่านบัตรพรีเพด

เทคโนโลยีการชำระเงินรูปแบบต่างๆ ที่เปิดให้ใช้บริการในตลาดประเทศไทยมีอะไรบ้าง และรูปแบบไหนที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในกลุ่มชาวไทย

กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงปีหน้า โดยมากกว่าครึ่งพร้อมเปิดใจลองไบโอเมตริกและสกลุเงินคริปโต

ผลสำรวจของมาสเตอร์การ์ดชี้ให้เห็นว่า 83% และ 87% ของผู้บริโภคชาวไทยมองว่าการใช้ระบบคิวอาร์โค้ดในการชำระเงินมีความเรียบง่ายและสะดวกสบายมากกว่าเมื่อเทียบกับการจ่ายเงินด้วยตนเอง 83% และ 87% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าการชำระเงินรูปแบบคิวอาร์โค้ดมีความเรียบง่ายและสะดวกกว่าการชำระเงินด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีของคิวอาร์โค้ดจะไม่ใช่เรื่องใหม่และได้อยู่ในสังคมมาสักพัก แต่การเข้าถึงของสมาร์ทโฟน และการระบาดเป็นตัวส่งผลให้เกิดการใช้งานอย่างกว้างขวาง

79% ของผู้บริโภคชาวไทยกล่าวว่าพวกเขามีความตื่นเต้นต่อศักยภาพของมีความตื่นเต้นในศักยภาพของระบบไบโอเมตริกอย่างการแสกนลายนิ้วมือและการทดลองการใช้งาน (walk assessments) 74% ของผู้บริโภครู้สึกปลอดภัยในการใช้ไบโอเมตริกในการยืนยันการซื้อสินค้ามากกว่าการใส่พินเนื่องจากการฉ้อโกงได้เพิ่มขึ้นในช่วงการระบาด 88% ของชาวไทยพร้อมเปิดใจลองใช้เทคโนโลยีการชำระเงินแบบใหม่หากพวกเขารู้สึกปลอดภัยและอีก 90% กล่าวว่าพวกเขาต้องการความมั่นใจว่าทางเลือกในการชำระเงินจากร้านค้านั้นมีความปลอดภัย โบโอเมตริกมอบความสบายใจให้กับทุกธุรกรรมการเงินที่ถูกตรวจสอบและปลอดภัย

ความสนใจในสกุลเงินคริปโตนั้นสูงที่สุดในผู้บริโภคชาวไทยเมื่อเทียบกับทั้งโลก ผลสำรวจ Mastercard New Payments Index ปี 2564 แสดงให้เห็นว่า 46% ของชาวไทยวางใจที่จะซื้อและใช้สกุลเงินคริปโต นอกจากนี้ 17% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยกล่าวว่าพวกเขาได้ใช้สกุลเงินคริปโตเมื่อก่อนและ 57% กล่าวว่าพวกเขาใช้สกุลเงินคริปโตบ่อยขึ้นจากปี 2563 ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นอีกว่า 87% ของชาวไทยมีความสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับสกุลเงินคริปโตและ 81% เสริมว่าพวกเขาจะใช้สกุลเงินคริปโตหากมีความเข้าใจมากขึ้น

63% ของชาวไทยพึ่งกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในปีก่อนสำหรับการช็อปปิ้งซื้อสินค้า เทรนด์นี้เกิดจากความสะดวกสบายในการใช้โทรศัพท์มือถือ บัตรไม่ว่าจะเดบิทหรือเครดิต จะยังคงเป็นที่นิมยมเมื่อ 81% ของผู้คนในประเทศไทยพร้อมลองบัตรเครดิทหรือบัตรเดบิท Digital First ในการซื้อสินค้าออนไลน์ โดยความนิยมนี้เกิดจากความคุ้นเคยที่ผู้คนมีต่อการชำระเงินแบบไร้เงินสด

การเปลี่ยนแปลงของดิจิทัล (digital transformation) ที่รวดเร็วเป็นสัญญาณให้กับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจต่างๆ เพื่อความอยู่รอดในชีวิตวิถีใหม่ (new normal) รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกสบายและความเรียบง่ายในการใช้ชิวิต ทำงาน และซื้อสินค้า ธุรกิจทุกขนาดจะต้องเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินที่หลาดหลายเพื่อปรับตัวให้ตามทันความเปลี่ยนแปลงของความต้องการจากผู้บริโภค 93% ของผู้บริโภคชาวไทยมีตัวเลือกในการชำระเงินมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลสำรวจของ Mastercard New Payments Index ปี 2564 ครึ่งนึงของผู้ค้าขายตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในส่วนของทางเลือกในกรชำระเงินที่เพิ่มขึ้น โดยหกในสิบของธุรกิจขนาดย่อมมีทางเลือกในการชำระเงินให้กับลูกค้า โดยสินค้าประเภทดังต่อไปนี้คือประภทที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค อาหารสำเร็จรูป (68%) และการขายปลีก (65%) แต่เภสัชกรรม (32%) และการบริการต่างๆ (21%) นั้นตามหลังมากกว่าประเภทอื่นๆ

เมื่อความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นและอุปนิสัยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า ธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะ MEMEs และ SMEs จะต้องเผชิญหน้ากับความคาดหวังในการมีตัวเลือกของการซื้อและชำระเงินสำหรับสินค้า โดยการเปิดทางและยอมรับการชำระเงินรูปแบบดิจิทัลที่หลากหลาย ธุรกิจต่างๆ ก็สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีต่อลูกค้าและขยายฐานลูกค้าเป็นการตั้งรับการฟื้นฟูกิจการหลังการระบาดของโควิด 19 แบบใหม่และบรรทัดฐานดิจิทัลจะคงอยู่ถึงแม้ว่าการระบาดจะจบลง

อ้างอิงจากคำถามข้อแรก 80% ของผู้บริโภคชาวไทยแนวโน้มที่จะซื่อสัตย์ต่อร้านค้าที่เสนอการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ ข้อเท็จจริงนี้ยังรวมถึงธุรกิจขนาดย่อมเช่นกัน โดย 84% ของผู้บริโภคกล่าวว่าพวกเขาจะซื้อสินค้าที่ร้านขนาดย่อมหากทางร้านมีตัวเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย ธุรกิจต่างๆ ที่มีตัวเลือกมากมายในการซื้อและชำระเงินจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนอนาคตของคอมเมิร์ซในปีข้างหน้า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ