การเปลี่ยนแปลงด้านคมนาคมขนส่งมวลชนถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งต้องคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดี ทำให้การพัฒนาประเทศต้องขับเคลื่อนไปสู่การเป็นยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ อย่างระบบรถไฟฟ้า แต่การจะเดินหน้าสู่อนาคตได้ย่อมต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งก่อนเป็นอันดับแรก
ล่าสุด การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ได้ทำพิธีเปิด “สถานีต้นทางบางซื่อ และ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร”
เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่รองรับสถานีกลางบางซื่อและโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)
นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ MEA ได้ฉายภาพของโครงการนี้ไว้ว่า การก่อสร้างสถานีต้นทางบางซื่อ ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 มีศักยภาพรองรับปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 1,800 MVA (เมกะโวลต์แอมป์) พร้อมการควบคุมระบบไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และระบบสำรองไฟฟ้าในกรณีเหตุฉุกเฉิน
หากเราดูถึงศักยภาพการบริหารจัดการพลังงานในปัจจุบัน จัดอยู่ในระดับมั่นคงแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เพราะทาง MEA มีความพร้อมในการจัดการควบคุมจ่ายไฟฟ้าให้กับทุกสถานีรถไฟฟ้า ทั้งในปัจจุบันและอนาคต สามารถรองรับแนวโน้มยานยนต์ไฟฟ้า ที่จะมาทดแทนรถยนต์น้ำมันต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย ทั้งการติดตั้งและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม ระบบบริหารจัดการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ วิเคราะห์ข้อมูลการชาร์จ เชื่อมต่อกับ MEA EV Application
เมื่อจุดเริ่มต้นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีความพร้อมรองรับวิถีชีวิตแห่งอนาคต การขนส่งเดินทาง การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร ให้เป็นระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร เหมือนกับสถานีต้นทางบางซื่อ ที่จะคอยผลักดันให้ สถานีกลางบางซื่อ และรถไฟฟ้าสายสีแดง ก้าวขึ้นไปเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน นอกจากใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความสะดวกสบายให้ผู้คนในพื้นที่ ก็ยังสร้างโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศด้วย