สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) ผนึกกำลังบูรณาการความรู้ จัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ ประจำปี 2564 ครั้งที่ 10 ขึ้นเป็นครั้งแรกของภาคตะวันออก การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของ 2 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันเผยแพร่ความรู้สู่ประชาสังคม จุดประกายความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชน ก้าวไปสู่การเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และบุคลากรที่มีคุณค่าเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต
นาซาทดสอบจรวดทรงพลังที่สุดในโลกสำเร็จ
โดยมี พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม ค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ ประจำปี 2564 ครั้งที่ 10 ในครั้งนี้
กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2564 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 สายวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ ซึ่งมีความพิเศษที่ต่างจากทุกปีคือได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดยได้ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ มีเยาวชนจำนวน 17 ทีม เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งทุกทีมต้องทำการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อการสอนออนไลน์ จากนั้นทุกทีมจะนำเสนอแนวคิดการออกแบบจรวดในรูปแบบของ VDO Presentation และต้องนำเสนอแนวคิดผ่านระบบ Zoom Video Conference เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา โดยมีทีมที่ได้คะแนน Conceptual Design สูงสุดจำนวน 3 ทีม โดยได้รับรางวัล จำนวน 3 รางวัล ดังนี้
- รางวัล Conceptual Design ความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ ทีม First Point Aries โรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย กทม.
- รางวัล Conceptual Design การออกแบบตามทฤษฎี ได้แก่ ทีม Rocket with my friends โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จ.สระบุรี
- รางวัล Presentation ยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีม Emmalyn โรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง
ในการนำเสนอ ทุกทีมจะได้รับคำแนะนำจากกรรมการ เพื่อทำการประดิษฐ์จรวด เมื่อทุกทีมประดิษฐ์จรวดเรียบร้อยแล้วจะทำการโหวตจรวดที่ออกแบบได้โดนใจผู้ชมมากที่สุด ผ่านทาง Facebook Fanpage ค่ายวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ซึ่งทีมที่ได้รับการกด Like มากที่สุด และได้รับรางวัล Popular Vote ไปครองได้แก่ ทีม Space Bar โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จ.พิษณุโลก มีคนกด Like จำนวนถึง 1,451 Like
ในส่วนของการทดสอบยิงจรวดประดิษฐ์ ทุกทีมจะต้องคิดวิธีในการส่งจรวดประดิษฐ์มาให้ทางคณะผู้จัด ซึ่งจรวดที่ส่งมานั้นจะต้องมีสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมที่จะทำการยิงทดสอบมากที่สุด เพื่อที่นักวิจัย สทป. จะได้นำจรวดของน้อง ๆ ไปประกอบมอเตอร์ เพื่อทำการยิงทดสอบ โดยคณะกรรมการจะใช้เกณฑ์การตัดสินดังนี้
- 40% จรวดสามารถขึ้นได้สูงที่สุด
- 30% จรวดสามารถตกลงมาสมบูรณ์ (การปล่อยร่มจรวด, ร่มจรวดกางสมบูรณ์, ระบบ Deployment สมบูรณ์, ชิ้นส่วนจรวดหลังตกมีความสมบูรณ์)
- 10% จรวดสามารถตกลงมาในเขตพื้นที่ตกลงในพื้นที่ราบที่กำหนดในรัศมี 400 เมตร
- 10% การรักษาเวลาในการส่งผลงาน
- 10% การดำเนินการให้เป็นตาม Proposal ที่เสนอไว้
คณะกรรมการทำการเก็บรวบรวมคะแนนและสรุปผลการทดสอบจรวดประดิษฐ์ของแต่ละทีม โดยทีมที่มีคะแนนมากที่สุดใน 3 อันดับ ที่สามารถคว้ารางวัลไปครอง ดังนี้
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Black Smith Guy โรงเรียนน้ำพองศึกษา จ.ขอนแก่น
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Jupiter โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม กทม.
ในปีนี้มีทีมที่สามารถทำคะแนนสูงสุดถึง 2 ทีม ที่ได้รางวัลชนะเลิศ ได้แก่
- ทีม nine za โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี จ.นนทบุรี
- ทีม Skyrocket โรงเรียนองครักษ์ จ.นครนายก
โดยคณะผู้จัดจะกำหนดพิธีมอบรางวัลให้แก่ทีมชนะเลิศ และรองชนะเลิศ 2 อันดับ โดยพิจารณา ความเหมาะสมในการเข้ารับรางวัล หรือมอบรางวัลผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการภาครัฐในการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19)
พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวว่า องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีจรวด เป็นเทคโนโลยีหลักและเป็นจุดกำเนิดของ สทป. เป็นสิ่งน่าสนใจสำหรับเยาวชนอีกทั้งมีลักษณะเป็นสหวิทยาการ เกี่ยวข้องกับวิชาต่าง ๆ ที่เยาวชนกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษา ในต่างประเทศ มีการจัดกิจกรรมจรวดประดิษฐ์ หรือ Model Rocket สำหรับเยาวชนกันมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ในประเทศไทยประชาชนทั่วไปยังไม่สามารถดำเนินกิจกรรมนี้ได้เอง สทป. จึงจัดกิจกรรมซึ่งจะนำเทคโนโลยีจรวดมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเกิดความสนใจในวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ เป็นกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่ได้มีการริเริ่มจัดกิจกรรมตั้งแต่ปี 2555 ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ที่ผ่านมา สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศเดินทางไปจัดกิจกรรมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ และในปี 2564 นี้ ได้จัดกิจกรรมขึ้นเป็นครั้งที่ 10 โดยในครั้งนี้ได้ขยายโอกาสให้แก่เยาวชนภาคตะวันออกเป็นครั้งแรก ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในการร่วมจัดกิจกรรม
พลอากาศเอก ดร.ปรีชา กล่าวพิ่มเติมว่า ขอแสดงความยินดีกับเยาวชนทั้ง 17 ทีม จากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมและได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากเทคโนโลยีชั้นสูง ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากผู้มีประสบการณ์ตรง แม้กิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นการเรียนรู้ที่ต้องศึกษาด้วยตนเองจากสื่อการสอนออนไลน์ โดยมีพี่เลี้ยงช่วยให้คำแนะนำให้กับเยาวชนในแต่ละทีม ซึ่งทุกทีมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตนเอง ในการศึกษา เรียนรู้ และประดิษฐ์จรวดได้เป็นอย่างดี ซึ่งความพิเศษของกิจกรรมในครั้งนี้ คือเยาวชนได้มีโอกาสนำความรู้ที่ได้รับจากภาคทฤษฎี มาลงมือปฏิบัติทั้งการออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยคำนวณ ควบคู่ไปกับการใช้หลักการทางวิศวกรรมออกแบบจรวดที่ต้องนำไปยิงจริง โดยจรวดที่น้อง ๆ เยาวชนออกแบบมาจะต้องสามารถรองรับสภาพแวดล้อมที่รุนแรงไม่แพ้สภาพที่อุปกรณ์ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศจริง ๆ รวมทั้งความเร่งหรือแรง G ที่มหาศาล การสั่นสะเทือน แรงช็อคจากการระเบิด อุณหภูมิสูงนับพันองศา ฯลฯ
สำหรับเยาวชนที่ผ่านค่ายนี้ไปแล้วนั้น จะมีประสบการณ์ และมีความรู้ ความเข้าใจในความท้าทายของกระบวนการออกแบบและสร้างอุปกรณ์ในชีวิตจริง ซึ่งเป็นพื้นฐาน ที่ช่วยให้น้อง ๆ เยาวชน เติบโตไปสร้างผลงานนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง นอกจากความรู้ในด้านการประดิษฐ์จรวดแล้วทุกทีมยังมีโอกาสได้ฝึกคิดในเรื่องของการนำเสนอ การเรียงลำดับความคิด และการสร้างสรรค์วิธีนำเสนอแนวคิด ผ่านสื่อ VDO Presentation ซึ่งเป็นการนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์รูปแบบใหม่ที่มีความจำเป็นและสำคัญในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ทุกคนจะต้องฝึกฝน เพื่อใช้ในการนำเสนอหรือสื่อสารเพื่อความสำเร็จในอนาคต
ถึงแม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้เยาวชนไม่สามารถมารวมตัวกันได้ แต่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศก็ไม่หยุดให้โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนในรูปแบบใหม่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ในการ จุดประกายความคิด ให้เยาวชนมีความคิดริเริ่มเพื่อเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ต่อไปในอนาคต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล กล่าวว่า ในนามของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็นผู้ร่วมดำเนินการจัดค่ายในครั้งนี้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ขอแสดงความยินดีกับทั้ง 17 ทีมที่ได้เข้ารอบและได้ก้าวผ่านความท้าทายนานานับประการในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่จะต้องทำการอบรมกันออนไลน์ การปรึกษาพูดคุยกับพี่เลี้ยงผ่านช่องทางแบบ new normal ในสถานการณ์ COVID-19เช่นนี้ แต่ทุกทีมสามารถทำได้ดีและมีการนำเอาวิชาความรู้ที่มีอยู่เดิมมาผนวกกับความรู้ประสบการณ์ของพี่เลี้ยง มาพัฒนาจนออกมาเป็นจรวดประดิษฐ์ขึ้นมาได้ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ในชีวิตที่มีค่าในการที่ได้นำมาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาทำให้เกิดเป็นสิ่งประดิษฐ์จริง สรรสร้างเป็นนวัตกรรมที่นำให้โลกมีการพัฒนาก้าวหน้า เทคโนโลยีอวกาศและจรวดไม่ใช่แค่การส่งจรวดขึ้นไปสู่อวกาศเพียงเท่านั้นแต่ยังมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมาย มีศาสตร์ทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาจากเทคโนโลยีจรวด ไม่ว่าจะเป็นวัสดุศาสตร์ขั้นสูง การคิดค้นวัสดุใหม่ที่สามารถระบายความร้อนได้ดี ทนการเสียดสี หรือมีความแข็งแรงที่มากพอที่จะป้องกันตัวจรวดของเราให้รอดพ้นจากผลกระทบภายนอก ในช่วงเวลาของการส่งจรวดขึ้นไป รวมถึงระบบการขับเคลื่อนมอเตอร์ พวกดินขับ หรือสารเคมีเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งทั้งสิ้น น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ทุกทีมจะได้นำเอาเทคโนโลยีและความรู้เหล่านี้ไปต่อยอดต่อความสำเร็จ ในอนาคตของเรา ในห้วงระยะเวลาชีวิตของคนเรา โดยเฉพาะช่วงจุดเริ่มต้นของชีวิตในช่วงวัยรุ่นนี้มักจะมีเหตุการณ์สำคัญที่ประทับใจเสมอ แล้วเหตุการณ์นั้นมักจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา เป็นแรงบันดาลใจที่ไปกำหนดอนาคตและอาชีพในอนาคต
ผู้ช่วย ศาสตราจารย์ ดร.ณยศ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าค่ายจรวดในครั้งนี้เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งในชีวิตที่จะสร้างแรงบันดาลใจ เยาวชนที่ผ่านค่ายนี้แล้วรักในทางศาสตร์วิศวกรรม รักในศาสตร์ทางเทคโนโลยีอวกาศ อยากให้ต่อยอดได้หาความรู้เพิ่มเติมต่อไป ประเทศไทยของเรายังขาดวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ที่มีความชำนาญทางด้านเทคโนโลยีอวกาศอยู่เป็นอันมาก เพราะฉะนั้นใครที่มีความสนใจในด้านนี้ อย่าทิ้ง อยากจะให้ได้ศึกษาต่อเนื่องไป
ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.บูรพา มีความยินดีต้อนรับเยาวชนทุกคน ทางคณะมีสาขาวิชาที่จำเป็นสำหรับวิศวกรรมอวกาศหรือเทคโนโลยีอวกาศ อย่างเช่น ทางวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า หรือวิศวกรรมเคมี หรือแม้แต่สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุขั้นสูง นอกจากนี้ยังมีสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ที่เน้นไปทางการบริหารจัดการทางวิศวกรรม ซึ่งถือว่าเป็นศาสตร์สำคัญที่จะทำให้ จิ๊กซอว์ทุกตัวมาต่อร่วมกันได้ จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีอวกาศหรืออุตสาหกรรมอวกาศเป็นสาขาวิชาที่เป็นสหวิชาชีพ เป็นการผนวกเอาความรู้ความชำนาญหลากหลายด้านเข้ามาไว้ด้วยกัน เพื่อที่จะให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายหลัก ในการท้าทายแรงโน้มถ่วงและทางด้านฟิสิกส์ที่จะทำให้สามารถส่งจรวดออกไปในระยะไกล ดังนั้น
“เยาวชนที่สนใจจะเดินต่อในสายวิชาชีพนี้อยากจะให้ทุกคนตั้งใจเรียนในรายวิชาที่จำเป็น ลองสร้างความเข้มแข็งทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เคมี และสิ่งที่เรากำลังสร้างคือรากฐานที่มั่นคงที่ย่อมนำมาซึ่งพีระมิดสูงและแข็งแกร่ง สามารถยืนต่อต้านสภาพอากาศ ความท้าทายต่าง ๆ ไปได้ฉันใด ขอให้เยาวชนทุกคนสร้างความเข้มแข็งให้กับวิชาการซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการต่อยอดในอนาคตฉันนั้น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณยศ ทิ้งท้าย