โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ โรงพยาบาลกรุงเทพในเครือ BDMS จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล Prince Mahidol Award Conference (PMAC) 2025 ในหัวข้อ 'Harnessing Technologies in an Age of Al to Build A Healthier World' การใช้เทคโนโลยีในยุค AI เพื่อสร้างโลกที่สุขภาพดีขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่เท่าเทียมและครอบคลุมสำหรับทุกคน
โดย ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า เทคโนโลยีมีความสำคัญที่จะช่วยทำให้การดูแลคนไข้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงเป็นตัวช่วยของบุคลากรทางการแพทย์ โดยการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการอ่านภาพเอกซเรย์ปอด ช่วยทำให้แพทย์เห็นรอยโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย เพื่อทำการรักษาได้เร็วขึ้น
“เราทราบดีว่าเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้เราสามารถดูแลคนไข้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งทำให้แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์มีความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีในการช่วยทำงาน และลดความเหนื่อยล้าจากการทำงานด้วย”
ศ.นพ.อภิชาติ กล่าวอีกว่า เรากำลังจะพิสูจน์ให้กับชาวต่างชาติได้เห็นถึงระบบที่เข้มแข็งของประเทศไทย ว่าสามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาและคิดค้นโดยคนไทยไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับคนไทย และต้องขอบคุณโรงพยาบาลในเครือ BDMS ที่ไว้ใจ และเทคโนโลยีนี้จะช่วยพิสูจน์ให้กับโรงพยาบาลอื่นในประเทศไทยในระบบสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งนี้จะมีส่วนสำคัญในการช่วยในการดูแลคนไข้ต่อไป
ด้าน พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และประธานผู้บริหารอาวุโส กลุ่ม 1 BDMS กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบดูแลสุขภาพของไทยให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ช่วยในการอ่านเอกซเรย์ปอด ถือเป็นความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งเครือ BDMS ก็ได้นำระบบนี้มาใช้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ถือเป็นการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ตัว AI ตัวนี้จะเป็นตัวที่ช่วยอ่านเอกซเรย์ปอดหรือเอกซเรย์ทรวงอกซึ่งมีการใช้เป็นจำนวนมาก การพัฒนาคุณภาพจะทำให้การผลการอ่านแม่นยำขึ้น เป็นสิ่งที่เข้าไปช่วยคุณหมอและพัฒนาด้านการดูแลสุขภาพของคนไทย เรายังหวังว่า ในอนาคต AI จะสามารถนำไปใช้กับชาวต่างชาติในวงกว้างได้ด้วย”
นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้สนับสนุนเรื่องการสำรวจการใช้ระบบ AI ดูแลสุขภาพในประเทศไทย จากการคิดค้นสู่การนำไปใช้ในระดับประเทศ โดยใช้ Al Inspectra CXR ในการช่วยวินิจฉัยความผิดปกติของรอยโรคอย่างถูกต้อง และได้รับการยอมรับจากรังสีแพทย์ในการวิเคราะห์และประมวลผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถวางแผนดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดย พญ. เกวลิน รังษิณาภรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ และผู้อำนวยการ Health Design Center กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ช่วยในการอ่านฟิล์มเอกซเรย์ของรังสีแพทย์ มากกว่า 3 ปี ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น และช่วยลดข้อจำกัดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น
“เวลาที่คนไข้มาเยอะๆ เช่น มาทีละ 100-200 ในบรรดาความผิดปกติที่ซ้อนอยู่ AI จะช่วยเราเลือกเคสที่มีความผิดปกติขึ้นมาก่อน แล้วก็ได้รับการอ่านผลก่อน ทำให้คนไข้รายนั้นได้รับการส่งตรวจรักษาได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นในภาพรวมของทั้งระบบก็จะทำให้การบริการคนไข้รวดเร็วยิ่งขึ้น”
ขณะที่ เพอเซ็ปทรา (Perceptra) บริษัทสตาร์ทอัพที่คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่นำมาใช้ในการอ่านภาพเอกซเรย์ เปิดเผยว่า การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ถือเป็นประโยชน์ต่อทั้งบุคลากรทางแพทย์และประชาชน จึงช่วยลดระยะเวลาในการอ่านฟิล์มเอ็กซเรย์ของแพทย์ได้เร็วขึ้น
“เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสามารถทำให้เราอ่านฟิล์มเอกซเรย์ได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น มีโอกาสที่เราจะเจอรอยโรค ในระยะต้นมากขึ้น ยกตัวอย่างมะเร็งปอดที่ปกติจะเจอในระยะที่ 4 แต่เมื่อมีเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยทำให้เราเจอรอยโรคตั้งแต่ระยะ 1-2 ทำให้มีโอกาสที่คนไข้จะรอดชีวิตได้สูงถึง 90%”
โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้นำระบบเทคโนโลยี AI มาใช้และได้เผยแพร่ความรู้ไปให้กับโรงพยาบาลในเครือ BDMS รวมถึงยังได้ร่วมมือกับภาครัฐ ทั้งการเป็นวิทยากรและเป็นสถานที่ศึกษาดูงานในการนำระบบเทคโนโลยี AI มาใช้ในด้านการแพทย์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการพัฒนาการดูแลรักษาคนไข้ในประเทศให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น