ยาทาแผลเป็น เลือกยังไงให้เหมาะกับสภาพแผล?
ยาทาแผลเป็น ช่วยให้แผลดีขึ้นได้ยังไง?
ยาทาแผลเป็นหรือครีมลดรอยแผลเป็น มีข้อดีคือใช้งานง่าย สะดวก ซึ่งวิธีการทำงานของยารักษารอยแผลเป็นส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดการอักเสบบริเวณรอยแผลเป็น โดยส่วนประกอบสำคัญในยาทาแผลเป็นจะมี ซิลิโคน วิตามินอี หรือสารสกัดจากหัวหอม ซึ่งช่วยปรับโครงสร้างของคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้เนื้อเยื่อแผลเป็นค่อย ๆ นุ่มและจางลง
นอกจากนี้ยาทาลดรอยแผลเป็นยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ป้องกันการแห้งกร้านและการเกิดรอยแตกที่อาจทำให้แผลเป็นแย่ลงได้ ซึ่งผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อมีการทายาอย่างต่อเนื่อง
ยาทาแผลเป็นเลือกยังไงให้เหมาะกับแผลตัวเอง?
การเลือกยาทาแผลเป็นที่เหมาะสมมีส่วนสำคัญในการรักษารอยแผลเป็น ซึ่งแต่ละคนก็จะมีลักษณะแผลเป็นและสภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ก่อนเลือกยาทากันแผลเป็นหรือครีมทาแผลเป็นดังนี้
- ดูจากลักษณะของแผลเป็นเช่น แผลนูน (keloid) แผลนูนไฮเปอร์โทรฟิก หรือแผลเป็นแบนราบ แผลแต่ละชนิดต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน
- ตรวจสอบส่วนผสมสำคัญเช่น ซิลิโคน วิตามินอี หรือสารสกัดจากพืช ที่มีประสิทธิภาพในการลดเลือนรอยแผลเป็น เช่น สารสกัด Allium cepa จากหัวหอม หรือสารสกัด Centella Asiatica จากใบบัวบก
- คำนึงถึงความอ่อนโยนต่อผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย ควรเลือกครีมทาแผลเป็นที่ปราศจากน้ำหอมและสารก่อภูมิแพ้
- พิจารณาระยะเวลาของแผล ครีมลดรอยแผลเป็นบางชนิดเหมาะสำหรับแผลใหม่ ในขณะที่บางชนิดใช้ได้ดีกับแผลเป็นเก่า
- ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้ โดยเฉพาะกับแผลเป็นขนาดใหญ่หรือแผลเป็นที่ลึก
แนะนำ 5 ยาทาแผลเป็น ลดรอยนูน รอยแผลเป็น ได้อย่างเรียบเนียน
หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกยาทาแผลเป็นกันไปแล้ว ในบทความนี้เราได้รวบรวม 5 ยาทาแผลเป็นที่มีลักษณะและจุดเด่นที่แตกต่างกันมาให้ได้ลองเลือกพิจารณาดังนี้
1. Smooth E Scar Silicone Gel
2. Rebac Silicone Gel
biopharm
Rebac Silicone Gel
Rebac Silicone Gel เป็นยาทาแผลเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยประสิทธิภาพในการรักษาและลดเลือนรอยแผลเป็นที่โดดเด่น ยาทาแผลเป็นตัวนี้มีส่วนผสมหลักเป็นซิลิโคนเจลคุณภาพสูง ช่วยปกป้องบริเวณรอยแผลเป็นจากสภาพแวดล้อมภายนอก ป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น และส่งเสริมการฟื้นฟูของเซลล์ผิว
จุดเด่นของ Rebac Silicone Gel คือเนื้อเจลที่บางเบาพิเศษ ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบขาวบนผิว ทำให้สามารถใช้ได้ทั้งก่อนแต่งหน้าหรือทาในเวลากลางวัน สามารถใช้ได้ดีกับรอยแผลเป็นหลากหลายชนิด ทั้งแผลเป็นนูน แผลเป็นแบนราบ แผลจากการผ่าตัด แผลไฟไหม้ และรอยแผลเป็นจากสิว นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของวิตามินอีที่ช่วยบำรุงผิว ลดการอักเสบ และต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
3. Yanhee Beauty Skin Viz E Gel
Yanhee Beauty Skin Viz E Gel เป็นครีมลดรอยแผลเป็นของโรงพยาบาลยันฮี มีส่วนผสมของวิตามินอีเข้มข้นและสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวและลดเลือนรอยแผลเป็น มีจุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างวิตามินอีและสารสกัดจากพืช เช่น Centella Asiatica ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้แผลเป็นนุ่มลงและจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อเจลมีความเข้มข้นแต่ซึมสู่ผิวได้ดี เหมาะสำหรับแผลเป็นทั่วไปและรอยดำจากสิว แต่อาจไม่เหมาะกับแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ที่มีขนาดใหญ่
4. ROMRAWIN Re-Skin Cream
ROMRAWIN Re-Skin Cream เป็นครีมลดรอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรไทย ที่มีส่วนผสมหลักจากสารสกัดขมิ้นชัน ว่านหางจระเข้ และน้ำมันมะพร้าว ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น และกระตุ้นการซ่อมแซมผิว จุดเด่นของยาทารอยแผลเป็นตัวนี้คือความอ่อนโยนต่อผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย น้ำหอม และแอลกอฮอล์ สามารถใช้ได้กับบริเวณผิวที่บอบบาง แม้กระทั่งผิวเด็ก
5. PROVAMED Scar Silicone
ยาทาแผลเป็น ตัวช่วยลดรอยแผล ปรับสภาพผิวที่มีแผลให้เรียบเนียน
รอยแผลเป็นเป็นปัญหาผิวที่สร้างความกังวลให้กับใครหลาย ๆ คน ยาทาแผลเป็นจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกและมีประสิทธิภาพในการลดเลือนรอยแผลโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งครีมลดรอยแผลเป็นในท้องตลาดก็มีให้เลือกหลากหลายประเภท ทั้งที่มีส่วนผสมของซิลิโคน วิตามินอี และสารสกัดจากธรรมชาติ การเลือกใช้งานจึงควรพิจารณาจากประเภทของแผลเป็น ส่วนผสม และความเหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและควรใช้งานอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร