Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

เจอด่านตรวจ เป่าแอลกอฮอล์ ทำไงดี ?

เผยแพร่

เจอด่านตรวจ ให้ เป่าแอลกอฮอล์ คือสิ่งทำให้คนขับรถหลายคนใจเต้นรัว

โดยเฉพาะคนที่เพิ่งดื่มมา คงจำเคส สาวคนดัง ที่ปฏิเสธการเป่า แล้วนั่งในรถนานกว่า 1 ชั่วโมงกันได้ เพราะเคสนั้นกลายเป็นบทเรียนสำคัญ ซึ่งท้ายที่สุดก็ถูกแจ้งข้อหา "เมาแล้วขับ" อยู่ดี แถมเพื่อนชายที่อ้างรู้จักนายตำรวจใหญ่ยังโดนข้อหาต่อสู้ขัดขวาง เจ้าพนักงานอีกต่างหาก

     วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ และแก้ความเข้าใจผิดที่หลายคนยังเชื่อว่าจะช่วยให้ รอดด่าน เมาแล้วขับได้

เจอด่านเมาแล้วขับ ต้องทำอย่างไร

    เมื่อเจอด่านตรวจ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ใจเย็นและให้ความร่วมมือ” ด่านที่ถูกต้องตามกฎหมายจะมี ลักษณะ ดังนี้
    • มีป้ายแสดงชัดเจนล่วงหน้าว่าเป็นจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์พร้อมป้ายแสดงหัวหน้าชุดตรวจ 
    • มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกล้องบันทึกการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทุกขั้นตอน
    • มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่ใช่ "ด่านลอย" ที่ผิดกฎหมาย
    • มักตั้งในพื้นที่ที่มีสถิติเกิดอุบัติเหตุจากดื่มแล้วขับ หรือ จุดที่เป็นแหล่งผลิตนักดื่ม เช่น ใกล้สถานบันเทิง หรือ หลังเทศกาล

     สิ่งที่ควรทำ คือ

✓ ลดความเร็ว เข้าด่านอย่างสุภาพ และเตรียมใบขับขี่ กรณีที่ถูกเรียกตรวจ

✓ หากเจ้าหน้าที่เรียกตรวจให้เปิดกระจกลง และปฏิบัติตามคำแนะนำ

✓ ให้ความร่วมมือในการตรวจวัดแอลกอฮอล์แบบคัดกรอง หากตรวจพบแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่จะเชิญให้จอดข้างทาง เพื่อ ทำการตรวจวัดแบบยืนยันผลในลำดับต่อไป

✓ หากมีข้อสงสัย สามารถบันทึกวิดีโอได้ แต่ต้องไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่

ปฏิเสธเป่าได้ไหม คำตอบที่หลายคนเข้าใจผิด
"ปฏิเสธเป่าได้ แต่โดนข้อหาเมาแล้วขับทันที"

ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 142 ระบุชัดเจนว่า
    • การปฏิเสธตรวจวัดแอลกอฮอล์ เท่ากับ สันนิษฐานว่า "เมาแล้วขับ" ทันที
    • โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 - 20,000 บาท
    • ระงับใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
    • ศาลอาจสั่งเพิกถอนใบขับขี่ได้ 
 กรณี สาวคนดัง แม้จะนั่งในรถนานกว่า 1 ชั่วโมง (ซึ่งเป็นสิทธิ์) แต่สุดท้ายก็ถูกแจ้งข้อหา "เมาแล้วขับ" และต้องวางประกันเงินสด 20,000 บาท การปฏิเสธเป่าจึงไม่ช่วยอะไร กลับทำให้ดูมีพิรุธเสียอีก



5 ความเชื่อผิด ๆ ที่ทำให้คนไทยติดคุกจากด่านเมาแล้วขับ

1. "อ้างรู้จักนายตำรวจใหญ่ช่วยได้"

    ผิด! เพื่อนชายของสาวคนดัง ที่อ้างรู้จักนายตำรวจใหญ่ ไม่เพียงไม่ช่วย ยังโดนข้อหา "ต่อสู้ ขัดขวางเจ้าพนักงาน" และ "ดูหมิ่น" เพิ่ม ศาลตัดสินจำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท

 2. "ฉี่บ่อยๆ ช่วยลดแอลกอฮอล์"

 
  ผิด! แอลกอฮอล์ถูกขับออกทางปัสสาวะแค่ 2-5% เท่านั้น ส่วนใหญ่ตับเป็นตัวย่อยสลาย การฉี่บ่อยแค่ขับน้ำออก แอลกอฮอล์ยังอยู่ในร่างกายไม่ต่างจากเดิม ต่อให้ประวิงเวลาไปฉี่ ก็ยังมีโอกาสที่จะตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายและต้องรับโทษอยู่ดี ที่สำคัญแอลกอฮอล์ยังสามารถถูกตรวจพบในปัสสาวะหลังดื่มได้นาน 12-48 ชม. และวิธีเป่าลมหายใจ สามารถตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดหลังดื่มได้นานถึง 24 ชม. (ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล) 

  3. "กินนมเปรี้ยวก่อนเข้าด่านช่วยได้"

   ✖ ผิด!
นมเปรี้ยวลดกลิ่นแอลกอฮอล์ในช่องปากได้แค่ 10 นาที แต่แอลกอฮอล์ในเลือดไม่ลดลงเลย เครื่องตรวจวัดจากลมหายใจลึก ๆ ไม่ใช่จากช่องปาก 

  4. "ขับช้า ๆ ตำรวจจะไม่สงสัย"

  
✖ ผิด! การขับช้าผิดปกติ หรือส่ายไปมา กลับเป็นสัญญาณให้ตำรวจสงสัยมากขึ้น ด่านตรวจ จะสุ่มทุกคันอยู่แล้ว ไม่ได้ดูจากความเร็ว

  5. "ประกันจะคุ้มครองให้เอง"

   ✖ ผิด!
ประกันส่วนใหญ่ไม่คุ้มครองกรณีเมาแล้วขับ หากชนคนเสียชีวิต อาจต้องจ่ายค่าเสียหาย หลักล้าน ด้วยเงินส่วนตัว

เมาแล้วขับ ต้องขึ้นศาลไหม โทษหนักแค่ไหน
    ใช่ครับ! ต้องขึ้นศาลทุกคน
และในปี 2568 มีการเพิ่มโทษ "ยึดรถ" ด้วย
      มาแล้วขับ (เกิน 50 มก.%)
    • จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท
    • พักใบขับขี่ 6 เดือน
     ปฏิเสธเป่า
    • จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท
    • ระงับใบขับขี่ 6 เดือน
    • ยึดรถได้ 7 วัน
     ทำคนบาดเจ็บ
    • จำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท
     ทำคนบาดเจ็บสาหัส
    • จำคุก 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท
     ทำคนเสียชีวิต
    • จำคุก 3-10 ปี ปรับ 60,000-200,000 บาท
    • เพิกถอนใบขับขี่ทันที
 
 อัปเดต 2568: เมาแล้วขับ "ยึดรถ" ได้แล้ว!

สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งใหม่ หากพฤติกรรมเมาแล้วขับ "ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยผู้อื่น" ตาม ม.43(8):
    • อัยการจะขอให้ศาล "ริบรถ" ที่ใช้กระทำความผิด
    • ไม่ว่าจะเป็นรถตัวเองหรือรถคนอื่น
    • นอกจากโทษจำคุกและปรับแล้ว ยังอาจเสียรถไปอีกด้วย
 

ผลกระทบที่คุณอาจไม่เคยคิด

✖ ประวัติอาชญากรรม ติดประวัติตลอดชีวิต

✖ สมัครงานยาก บริษัทใหญ่ ๆ ตรวจประวัติ

✖ ขอวีซ่ายาก บางประเทศไม่รับคนมีประวัติ

✖ ประกันแพง เบี้ยประกันรถสูงขึ้น หรืออาจถูกปฏิเสธ

✖ ชื่อเสียงพังในโซเชียล เสริชเมื่อไหร่ก็เจอ 

ทางเลือกที่ฉลาดกว่าการเสี่ยง
    ดื่มแค่เบียร์ 1-2 กระป๋อง ก็ทำให้สมองสั่งการช้าลง 1 วินาที ซึ่งเท่ากับรถไถล 22 เมตร ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. นี่คือระยะที่ตัดสินระหว่างชีวิตกับความตาย
ทางเลือกปลอดภัย:

✓ เรียกใช้บริการรถสาธารณะ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ค่ารถหลักร้อย กับ ค่าปรับหลักหมื่น

✓ ให้คนไม่ดื่มขับ โดยวางแผนล่วงหน้า ก่อนออกไปเฉลิมฉลอง

✓ นอนค้าง จะเป็นบ้านเพื่อน หรือเปิดห้องรายวัน ปลอดภัยกว่าเสี่ยงติดคุก

✓ โทรให้ครอบครัวมารับ ดีกว่าให้มารับศพ

✓ และความจริงก็คือ ไม่มีวิธีไหนช่วยให้รอดด่านเมาแล้วขับได้ สิ่งที่ดีที่สุด คือ “ดื่มไม่ขับ”

การปฎิเสธเป่า ฉี่บ่อย ๆ กินนมเปรี้ยว หรืออ้างรู้จักใครก็ตาม ล้วนไม่ช่วยอะไร กลับอาจเพิ่มข้อหา ในปี 2568 กฎหมายเข้มงวดขึ้น มีโทษยึดรถด้วย เลือกเสี่ยงติดคุก เสียรถ เสียชื่อเสียง หรือเลือกจ่ายค่ารถสาธารณะไม่กี่ร้อย คำตอบอยู่ที่คุณ

 

#เมาแล้วขับ #เจอด่านตรวจ #เป่าแอลกอฮอล์ #ด่าน68 #เมาแล้วขับ2568 #ปฏิเสธเป่า #เจอด่านทำไงดี #เมาแล้วขับขึ้นศาล #โทษเมาแล้วขับ #ยึดรถ #ดื่มไม่ขับ #ดื่มไม่ขับกลับบ้านปลอดภัย #ดื่มแล้วขับไม่ได้ดับแค่คุณคนเดียว #ผลกระทบที่ไม่สิ้นสุด

กดติดตามข้อมูลข่าวสาร แคมเปญที่น่าสนใจ และกิจกรรมดีๆ จาก สสส เพิ่มเติมได้ที่ :

Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส.

Line : @thaihealththailand

Tiktok : @thaihealth

Youtube : SocialMarketingTH

Website : Social Marketing การตลาดเพื่อสังคม

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ