"New Gen Change the World" คนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก

โดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

เผยแพร่

.

ถ้าจะมีใครถามผมว่า ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา สิ่งใดที่หล่อหลอมให้ผมเป็น "ผม" ในวันนี้ได้ ผมคงต้องหยุดคิดสักครู่ ไม่ใช่เพราะไม่รู้คำตอบ แต่เพราะคำตอบนั้นมันลึกกว่าที่คิด และยิ่งนึกถึง ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นทุกที หลายคนอาจมองว่าความสำเร็จในชีวิตมาจากการได้ปริญญาเอก การประสบความสำเร็จจากการทำงานหนัก หรือจากโอกาสต่างๆ ที่ได้รับมา แต่สำหรับผม คำตอบที่แท้จริงนั้นย้อนกลับไปไกลกว่านั้นมาก ไปถึงวันหนึ่งในชีวิตของเด็กหนุ่มอายุเพียง 17 ปี ที่ตัดสินใจเลือกประสบการณ์หนึ่ง และการเลือกครั้งนั้น เปลี่ยนทุกอย่าง และทำให้ผมเป็นผมในวันนี้

ย้อนกลับไปเมื่อ 43 ปีก่อน ผมได้รับโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในยุคนั้น นั่นคือการได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS คนแรกของโรงเรียนหอวัง ขณะที่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.5 ไปเรียนที่ Clayton High School เมือง St. Louis รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ซึ่งสิ่งที่ทรงคุณค่าที่สุดจากการเดินทางครั้งนั้น ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อนต่างชาติ และไม่ใช่ประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดน แต่คือสิ่งที่ผมค้นพบเกี่ยวกับ "ตัวเอง" และ "ความเป็นไทย" ในวันที่ผมต้องยืนอธิบายให้คนอื่นฟัง
เมื่อไปถึงอเมริกา ผมพบความจริงที่ทำให้ใจหายอยู่ไม่น้อย เพราะเพื่อนนักเรียนอเมริกันแทบไม่มีใครรู้จักประเทศไทยเลย รู้จัก Taiwan รู้จัก Vietnam รู้จัก Singapore แต่พอพูดถึง Thailand แทบจะไม่มีการตอบสนองใดเลย ความรู้สึกนั้นมันกระตุ้นบางอย่างในตัวผม ไม่ใช่ความน้อยใจ แต่เป็นแรงฮึด อยากให้โลกรู้ว่าเราคือใคร เรามาจากไหน และประเทศของเรางดงามเพียงใด

ผมเลือกพูดถึงสองสิ่งที่ผมเชื่อว่าคือหัวใจของความเป็นไทย นั่นคือ วัด และ วัง พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องอื่นให้พูด แต่เพราะผมเชื่อจริงๆ ว่านี่คือรากแก้วของเรา และเมื่อผมฉายภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เสด็จลงพื้นที่ตามป่าเขาและทุ่งนา เพื่อนอเมริกันก็แสดงความฉงนขึ้นมาว่า ทำไม King ถึงไม่ประทับอยู่ในวังหรูหรา ทำไมต้องมาเดินในทุ่งนา ผมตอบทุกครั้งด้วยเสียงที่มั่นคงและหัวใจที่ภาคภูมิใจเต็มเปี่ยมว่า "This is my King." และยิ่งตอบ ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดีและภูมิใจมากเพียงใดที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยในแผ่นดินของพระองค์

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ไม่ได้เปลี่ยนเพียงความคิดของผู้ฟัง แต่มันเปลี่ยนผมอย่างถาวร ผมเริ่มเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ประเทศไทยไม่ได้ยืนอยู่ได้เพียงเพราะภูมิประเทศหรือศักยภาพทางเศรษฐกิจ แต่ยืนได้ด้วยรากเหง้าทางจิตวิญญาณ วัดหล่อหลอมจิตใจของผู้คน วังหล่อหลอมคุณธรรมและการเสียสละ สองสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงสถาบันหลักของชาติ แต่คือต้นแบบของความดี เป็นเข็มทิศที่ทำให้สังคมไทยยังคงงดงามและมีเอกลักษณ์ของตัวเองในโลกใบนี้

และนี่คือบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมได้จากประสบการณ์ครั้งนั้น ว่าเราเป็นใคร และคุณค่าที่แท้จริงของเราคืออะไร ความเข้าใจนี้ไม่มีในตำราเรียนเล่มใด และไม่อาจเกิดขึ้นได้หากผมไม่ได้เลือกก้าวออกไปจากพื้นที่ที่คุ้นเคย นั่นทำให้ผมเชื่อมาตลอดจนถึงวันนี้ว่า เราเป็นแบบที่เราเป็น เพราะประสบการณ์ที่เราสะสมมา แต่สิ่งสำคัญที่คนมักมองข้ามก็คือ ประสบการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นตามบุญตามกรรมเสมอไป เราสามารถเลือกมันได้ เราเลือกได้ว่าจะเปิดใจรับโอกาสหรือปิดตัวเองอยู่กับความคุ้นเคย เราเลือกได้ว่าจะก้าวออกไปเผชิญโลกหรือยืนอยู่กับที่ และการเลือกเหล่านั้นแหละ ที่ค่อยๆ สร้างตัวตนของเราขึ้นมาทีละนิด ทีละวัน ทีละปี

จากเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีในวันนั้น สู่วัย 60 ในวันนี้ ผมยังคงยืนอยู่บนเส้นทางเดิม ด้วยหัวใจแห่งความศรัทธาในรากเหง้าของตัวเอง และด้วยความเชื่อที่ไม่เคยเปลี่ยนว่า การเปลี่ยนโลกไม่ได้เริ่มจากสิ่งยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากหัวใจที่เข้าใจคุณค่าที่แท้จริง และกล้าที่จะเลือกประสบการณ์ที่จะหล่อหลอมตัวเองให้เป็นคนที่ดีกว่าเดิม
นั่นคือที่มาของโครงการ New Gen Change the World คนรุ่นใหม่ หัวใจเปลี่ยนโลก โครงการนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ผมแบกรับมาตลอดสี่ทศวรรษ ว่าคนรุ่นใหม่ในวันนี้ไม่ได้ขาดพลัง ความคิด หรือศักยภาพ แต่สิ่งที่จะทำให้พลังนั้นยั่งยืนและมีทิศทาง คือการรู้จักรากของตัวเอง รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มีคุณค่าอะไร และเลือกประสบการณ์ที่จะสร้างตัวตนนั้นให้แข็งแกร่งขึ้น

เราจึงจัดทำโครงการที่จะช่วยชี้ทางที่เป็นประโยชน์ เมื่อคนรุ่นใหม่รู้รากของตัวเอง เขาจะไม่หลงทางในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าจะตามทัน และเมื่อหัวใจมีทิศทาง พลังของเขาจะไม่หยุดอยู่แค่การเปลี่ยนชีวิตตัวเอง แต่จะออกไปเปลี่ยนโลกได้จริง เหมือนกับที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งเลือกก้าวออกไปเมื่อ 43 ปีก่อน และไม่เคยเสียใจกับการเลือกครั้งนั้นเลย

โครงการ “New Gen Change the World” เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย มูลนิธิธรรมดี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รวมถึงภาคีเครือข่ายอื่น ๆ เปิดรับสมัครนักเรียนหรือนักศึกษาอายุระหว่าง 15–25 ปี มีจิตอาสาหรือประสบการณ์ทำกิจกรรมเพื่อสังคม สนใจการสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและมีช่องทางของตนเอง รวมถึงมีความตั้งใจพัฒนาตนเองและเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไปได้ทางเฟซบุ๊ก “ตามรอยพระราชา-The King’s Journey” หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 086-614-1662 (คุณอ้อม) และ 094-403-4245 (คุณจอย) โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับประกาศนียบัตรหลังจบโครงการ

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ