โดยเฉพาะลูกหลานชาวไร่ชาวนาในชนบทที่มีฐานะยากจน ให้ได้รับการฝึกฝนทักษะด้านงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูง จนสามารถพัฒนาตนเองเป็นช่างฝีมือผู้ทรงคุณค่า และร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมอันวิจิตรงดงามที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับโลก
ผลงานเหล่านั้นได้รับการจัดแสดงอย่างสง่างามภายใน พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมผลงานศิลปหัตถกรรมชั้นครูอันทรงคุณค่า ทุกชิ้นงานสะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมอบ “โอกาส” ให้แก่ประชาชนคนธรรมดาได้ลุกขึ้นมาสร้างอนาคตใหม่ให้กับตนเอง
ผู้ที่ได้มีโอกาสเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต่างประทับใจในความงดงามและความประณีตของผลงาน แต่สิ่งที่สร้างความซาบซึ้งยิ่งกว่าคือการได้รับรู้เบื้องหลังของชิ้นงานว่า ไม่ได้เกิดจากศิลปินเอกผู้มีชื่อเสียง หากแต่เกิดจากสองมือ
ของลูกหลานชาวไร่ชาวนา ผู้เคยมีชีวิตเรียบง่ายและขาดโอกาสทางสังคม ก่อนจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้ามาเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาศักยภาพของตนเองจนกลายเป็นช่างศิลป์ผู้สร้างสรรค์งานอันทรงคุณค่าแก่แผ่นดิน
ด้วยเหตุนี้ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินจึงมิได้เป็นเพียงสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะ แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า “การสร้างคน” คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเมื่อคนได้รับโอกาส พวกเขาสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เช่นเดียวกับ อาคารเรียน รู้ เรื่อง โขน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแสดงโขนอย่างครบวงจร ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ตัวละคร เครื่องแต่งกาย หน้ากากโขน ดนตรี ไปจนถึงกระบวนการสร้างสรรค์ งานศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงชั้นสูงของไทย อาคารแห่งนี้เปรียบเสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ที่ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่า “โขน” ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่รวบรวมศาสตร์และศิลป์แขนงต่าง ๆ
ของชาติไว้อย่างลึกซึ้ง
ล่าสุด โครงการ New Gen Change the World คนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา รุ่น 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอดนวัตกรรมศาสตร์พระราชา ได้นำเยาวชนจากทั่วประเทศเดินทางมา เปิดประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านการเข้าชมการแสดงโขน ตอน “สะกดทัพ” พร้อมศึกษาความรู้ภายในอาคารเรียน รู้ เรื่อง โขน และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน
ตลอดการเดินทางแห่งการเรียนรู้ เด็กและเยาวชนต่างแสดงออกถึงความสนใจและความตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้พบเห็น หลายคนยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยมองว่าโขนเป็นศิลปะชั้นสูงที่อยู่ห่างไกลจากชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและเข้าถึงได้ยาก แต่เมื่อได้สัมผัสด้วยตนเอง ได้เห็นความงดงามของเครื่องแต่งกาย การแสดง ดนตรี และเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์งานศิลป์ กลับพบว่าโขนมีเสน่ห์และความน่าสนใจอย่างยิ่ง
เยาวชนบางคนเกิดแรงบันดาลใจอยากศึกษาการแสดงโขนอย่างจริงจัง บางคนสนใจงานศิลปกรรมไทย และ อีกหลายคนเริ่มมองเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยในมิติที่ไม่เคยรู้มาก่อน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงมรดกทางวัฒนธรรมของชาติอย่างใกล้ชิด สามารถจุดประกายความรัก ความภาคภูมิใจ และความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมในวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง
ความสำเร็จของการเรียนรู้ครั้งนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าชม หรือภาพความประทับใจที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่คือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความรักในความเป็นไทยลงในหัวใจของเยาวชน ซึ่งอาจเติบโตเป็นพลังสำคัญในการสืบสานและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติในอนาคต
ในวันที่ประเทศไทยกำลังผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Soft Power สู่เวทีโลก โขนซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นรายการมรดกทางวัฒนธรรมรายการแรกของประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียน รวมทั้งศิลปหัตถกรรมไทย และองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม จึงไม่ใช่เพียงมรดกจากอดีต แต่เป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด
และเหนือสิ่งอื่นใด เรื่องราวของอาคารเรียน รู้ เรื่อง โขน และพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ได้ย้ำเตือนให้เห็นความจริงอันงดงามว่า ไม่มีการสร้างสรรค์สิ่งใดที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการ “สร้างคน” เพราะเมื่อคนได้รับโอกาส ได้รับการเรียนรู้ และได้รับการพัฒนาอย่างถูกทาง พวกเขาย่อมสามารถสร้างสรรค์คุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้แก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทั้งนี้ เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุระหว่าง 15–25 ปี สมัครเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไป ผ่านทาง Facebook “ตามรอยพระราชา The King’s Journey” หรือ Official Line มูลนิธิธรรมดี @dfoundation สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 086-614-1662 (คุณอ้อม) และ 094-403-4245 (คุณจอย) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับประกาศนียบัตรหลังจบโครงการ