คือช่วงที่ห้ามเที่ยวทะเล แต่ความจริงคือ ประเทศไทยมีทะเลสองฝั่งที่มีฤดูกาลตรงข้ามกัน เมื่อชายฝั่งอันดามันอย่างภูเก็ต กระบี่ พีพี เข้าสู่หน้ามรสุมเต็มตัว ฝั่งอ่าวไทยกลับเป็นช่วงที่เที่ยวได้สบาย ฝนตกน้อย คลื่นไม่แรง และที่สำคัญ ราคาที่พักถูกกว่าช่วงไฮซีซั่นถึง 30–50%
วันนี้เราขอแนะนำ 6 เกาะอ่าวไทยที่เที่ยวได้ดีในช่วงหน้าฝน พร้อมเคล็ดลับการเดินทางและโปรโมชั่นสุดพิเศษจาก 12Go ที่จะช่วยให้ทริปทะเลของคุณง่ายเเละคุ้มค่าแบบจบในแอปเดียวไปเลย เพียงจองตั๋วเดินทางตั้งเเต่วันที่ 20 - 30 มิถุนายน 2026 นี้ผ่านแอป 12Go พร้อมกรอกโค้ดส่วนลด PPTV รับไปเลยส่วนลดสูงสุดถึง 20% หรือไม่เกิน 130 บาทต่อคน ต่อหนึ่งการจอง หากพร้อมเเล้ว ลองเลือกเกาะที่คุณอยากไปแล้วกดจองกันเลย!
ทำไมอ่าวไทยถึงเที่ยวได้ในหน้าฝน?
ก่อนเข้าเรื่องเกาะ ขอเล่าให้ฟังก่อนว่าทะเลฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะตอนล่าง อย่างเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหมายความว่าฤดูฝนของฝั่งนี้จะมาทีหลัง — ช่วงพีคของฝนคือเดือนตุลาคม–ธันวาคม ส่วนเดือนพฤษภาคม–กันยายน ฝนจะมาในรูปแบบ "สั้นและแรง" ตกแค่ช่วงบ่ายไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็แดดกลับมาสวยทันที นอกจากนี้ ค่าที่พักและโปรแกรมทัวร์ในช่วงนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คุณได้ทะเลสวยในราคาที่จับต้องได้
เกาะสมุย — ทะเลครบเครื่องที่ฝนไม่เคยทำให้เสียอารมณ์
ถ้าจะเลือกเกาะแรกในชีวิตที่ควรไปสักครั้ง คงจะตอบว่าเกาะสมุย เพราะมันมีครบทุกอย่างที่คนเรียกร้องจากเกาะ หาดเฉวงที่คึกคักด้วยร้านอาหารและบาร์ หาดละไมที่เงียบสงบกว่าและเหมาะกับคู่รัก วัดพระใหญ่ที่สวยงามและเป็นหมุดหมายทางจิตวิญญาณ น้ำตกในป่ากลางเกาะ และร้านอาหารระดับโลกที่อาจจะหาในกรุงเทพฯไม่ได้
หน้าฝนคือช่วงที่สมุยกลายเป็นเกาะที่คุ้มค่าที่สุดในรอบปี รีสอร์ทระดับ 4-5 ดาวลดราคาลง 30-50% น้ำตกในหน้าเมืองและน้ำตกหินลาดที่หน้าแล้งแห้งราวก้อนหิน กลับมาไหลเต็มกำลัง เป็นภาพที่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวพลาดไปเพราะมาผิดฤดู และที่หลายคนไม่รู้คือ ตอนเย็นหลังฝนตก ท้องฟ้าจะใสกว่าปกติ พระอาทิตย์ตกสีส้มแดงสะท้อนน้ำทะเล สวยกว่าตอนไฮซีซั่นที่ฟ้ามักขมุกขมัวจากฝุ่นและความร้อน
การเดินทางไปสมุยมีหลายทาง บินตรงจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียว สะดวกที่สุดแต่ราคาสูง หรือถ้าอยากประหยัด เลือกแบบรถบัสต่อเรือเฟอร์รี่จากสุราษฎร์ธานี ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง คุณสามารถจองตั๋วทั้งหมดนี้ได้ที่ 12Go ในแอปเดียว
เกาะพะงัน — สวรรค์ของคนรักความสงบ
ถ้าคุณคิดว่าเกาะพะงันคือเกาะแห่งฟูลมูนปาร์ตี้เท่านั้น คุณกำลังพลาดด้านที่ดีที่สุดของเกาะนี้ ใช่ ฟูลมูนปาร์ตี้ที่หาดริ้นเป็นภาพจำของเกาะนี้สำหรับคนทั่วโลก แต่พะงันที่จริงแล้วมีพื้นที่ใหญ่กว่าสมุยและเงียบกว่ามาก โดยเฉพาะฝั่งเหนือและตะวันตก ที่หาดท้องนายปาน หาดยาว และหาดสน คือดินแดนของคนที่อยากหนีจากความวุ่นวาย
หน้าฝนคือช่วงที่หาดเหล่านี้กลับมาเป็นของชาวบ้านอีกครั้ง คนน้อย ลมเย็น ปลาบินผ่านหน้าตอนยืนแช่น้ำ ที่พักที่หน้าไฮซีซั่นต้องจองล่วงหน้า 3 เดือน กลับมีบังกะโลริมหาดเริ่มต้นเพียง 500-800 บาทต่อคืน คาเฟ่ริมทะเลและร้านอาหารมังสวิรัติชั้นเลิศ ซึ่งเป็นจุดขายของเกาะนี้สำหรับสายเฮลธ์ตี้ก็ลดราคาเช่นกัน คอร์สโยคะและสมาธิที่ปกติเป็นแพ็คเกจหลายหมื่น กลับมีคลาสเรียนรายวันราคาเริ่มต้นแค่ 300-500 บาท เป็นการพักผ่อนแบบฮีลใจที่หาในกรุงเทพฯ ไม่ได้ง่าย ๆ
การไปพะงันต้องผ่านสมุยหรือสุราษฎร์ธานี แล้วต่อเรือเฟอร์รี่อีก 45 นาที-1 ชั่วโมง ผู้ให้บริการหลักคือ Lomprayah และ Raja Ferry ซึ่งสามารถจองล่วงหน้าได้ที่ 12GO แนะนำให้จองล่วงหน้าโดยเฉพาะหน้าฝน เพราะเรือบางรอบลดลง ถ้าไปถึงท่าเรือแล้วเรือเต็ม ต้องรอรอบหน้าซึ่งอาจเป็นวันถัดไปเลยทีเดียว
เกาะเต่า — สวรรค์ของนักดำน้ำที่ไม่ต้องลุ้นพายุ
เกาะเต่าคือเกาะเล็กๆ ที่อยู่เหนือพะงันขึ้นไป มีพื้นที่แค่ 21 ตารางกิโลเมตร แต่กลับได้ชื่อว่าเป็นจุดดำน้ำราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก ทุกปีมีคนหลายหมื่นมาสอบ Open Water Diver ที่นี่ เพราะคอร์สเริ่มต้นเพียง 9,000-11,000 บาท รวมที่พัก 3-4 คืน ซึ่งราคานี้ในยุโรปหรืออเมริกาคงไม่พอแค่ค่าอุปกรณ์
หน้าฝน โดยเฉพาะพฤษภาคมถึงกันยายน ทัศนวิสัยใต้น้ำยังถือว่าดีมาก ปะการังหลากสีและฝูงปลาเขตร้อนยังสวยตามปกติ บางคนถึงกับบอกว่าน้ำใสกว่าหน้าไฮซีซั่นเพราะคลื่นน้อย ทำให้ทรายไม่ฟุ้ง จุดดำน้ำตื้นยอดนิยมอย่างหินขาวและอ่าวลึกยังเข้าได้ตลอด และจุดชมวิวจอห์น-สุวรรณที่มองเห็นเกาะเต่าทั้งเกาะก็ขึ้นไปได้ง่ายขึ้น เพราะอากาศไม่ร้อนเหมือนเมษายน
การเดินทางไปเกาะเต่าเริ่มจากเรือเฟอร์รี่จากชุมพรหรือสุราษฎร์ธานี ใช้เวลา 1.5-2 ชั่วโมง สามารถจองตั๋วรถบัสจากกรุงเทพฯ พ่วงตั๋วเรือไปเกาะเต่าในที่เดียวผ่าน 12Go ลงจากรถปุ๊บ ขึ้นเรือต่อได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งหาผู้ให้บริการรายต่อรายที่ท่าเรือ
เกาะนางยวน — เกาะเล็กๆที่สวยที่สุดของอ่าวไทย
ถ้าคุณเคยเห็นภาพเกาะที่มีหาดทรายเชื่อมระหว่างสามเกาะเล็กๆ ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเข้มจนแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นสีจริง นั่นคือเกาะนางยวน ภาพนี้คือหนึ่งในภาพที่ถูกถ่ายและแชร์มากที่สุดของประเทศไทย และที่น่าสนใจคือเที่ยวได้ตลอดปี
เกาะนางยวนเล็กมาก เดินรอบใช้เวลาแค่ 30-40 นาที แต่ความสวยงามคืออัดแน่นในพื้นที่นั้น จุดชมวิวบนยอดเขามองลงมาเห็นหาดทรายเชื่อมสามเกาะคือมุมที่ห้ามพลาด ส่วนการดำน้ำตื้นรอบเกาะมีปะการังสวยและฝูงปลาเขตร้อนเยอะ เพราะอยู่ในเขตอนุรักษ์ ไม่มีนักท่องเที่ยวมาดำน้ำเหยียบปะการังแบบที่อื่น
วิธีไปคือต้องไปเกาะเต่าก่อน แล้วซื้อทัวร์ครึ่งวันหรือเต็มวันไปเกาะนางยวน ราคา 600-1,000 บาทต่อคน แนะนำให้เลือกทัวร์ครึ่งวันช่วงเช้า เพราะคนยังน้อย แสงดี และพอสายๆ คนเริ่มเยอะแล้วก็กลับเกาะเต่าได้พอดี
หมู่เกาะอ่างทอง — อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต
หมู่เกาะอ่างทองคือกลุ่มเกาะ 42 เกาะที่ตั้งอยู่ระหว่างสมุย พะงัน และแผ่นดินใหญ่ ความสวยงามจนเป็นต้นแบบของภาพยนตร์เรื่อง The Beach ที่ Leonardo DiCaprio แสดงนำเมื่อปี 2000 ใครเคยดูจะจำฉากลากูนกลางภูเขาได้ นั่นคือทะเลในของเกาะแม่เกาะ น้ำสีเขียวมรกตที่ซ่อนอยู่ในวงล้อมของภูเขาหินปูน
ไฮไลต์อีกอย่างคือจุดชมวิวบนเกาะวัวตาหลับ ปีนขึ้นไปประมาณ 500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มองลงมาเห็นหมู่เกาะกระจายเต็มทะเล สวยจนต้องหยุดลมหายใจ การพายเรือคายัคในถ้ำและเลาะตามชายฝั่งก็เป็นกิจกรรมที่หลายคนติดใจ ราคาทัวร์วันเดียวจากสมุยหรือพะงันอยู่ที่ 1,500-2,500 บาท รวมอาหารและอุปกรณ์ทั้งหมด
ที่สำคัญ อุทยานปิดในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมเพื่อให้ธรรมชาติพักฟื้น ดังนั้นหน้าฝน (พฤษภาคมถึงตุลาคม) คือช่วงที่ดีที่สุดในการมาเที่ยว ถ้าพลาดช่วงนี้ ต้องรอจนถึงต้นปีหน้า
เกาะหลีเป๊ะ — มัลดีฟส์เมืองไทยที่ยังเที่ยวได้ในต้นหน้าฝน
หลายคนคิดว่าหลีเป๊ะอยู่ฝั่งอันดามันจึงไม่น่าจะเที่ยวได้ในหน้าฝน แต่ความจริงเกาะนี้อยู่ใต้สุดของไทย ใกล้ชายแดนมาเลเซีย ในตำแหน่งที่อิทธิพลของมรสุมอันดามันลดลงแล้ว ทำให้ช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน และปลายกันยายน ยังเที่ยวได้ดี น้ำใสระดับมัลดีฟส์ในราคาประหยัด ที่พักลดราคา 40% หาด Sunrise และ Sunset Beach เงียบสงบกว่าที่เคยเป็นในชีวิต ส่วนการดำน้ำตื้นที่หินงาม เกาะอาดัง และเกาะราวี ปะการังและฝูงปลายังเต็มเหมือนเดิม
ขอเตือนตรงนี้นิดหนึ่ง เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมคลื่นลมแรงและเรือบางลำหยุดวิ่ง ดังนั้นถ้าจะไปหลีเป๊ะในหน้าฝน ให้เล็งช่วงต้นและปลายของฤดูฝน หลีกเลี่ยงช่วงกลาง และเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง การเดินทางคือบินไปหาดใหญ่หรือตรัง แล้วต่อรถบวกเรือสปีดโบ๊ตไปปากบารา ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมงจากหาดใหญ่ ตั๋วเรือควรจองล่วงหน้าเพราะหน้าฝนเรือไม่ได้ออกทุกวัน ไปถึงท่าเรือแล้วซื้อหน้างานอาจจะเสียทริปไปเลย
เคล็ดลับเที่ยวเกาะอ่าวไทยในหน้าฝนให้สนุก
สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของจังหวะ ฝนในอ่าวไทยช่วงนี้มักจะตกแค่ช่วงบ่ายแก่ ๆ ราว 2-3 ทุ่ม ตกหนัก 1-2 ชั่วโมงแล้วก็หยุด ช่วงเช้าและสายมักจะแดดดี ดังนั้นแนะนำให้วางแผนกิจกรรมกลางแจ้งอย่าง ดำน้ำ พายเรือ ปั่นจักรยาน ไว้ตอนเช้า แล้วเก็บกิจกรรมในร่มอย่างสปา คาเฟ่ หรือเดินตลาด ไว้ตอนบ่าย
อีกข้อที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจองล่วงหน้า แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่เรือเฟอร์รี่บางเส้นทางลดรอบลงเหลือวันละ 2-3 รอบเท่านั้น ถ้าไปท่าเรือแล้วเรือเต็มหรือยกเลิกรอบ อาจต้องเสียเวลารอวันถัดไป ของที่ควรเตรียมคือร่มพับ เสื้อกันฝนบางๆ ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ และรองเท้าที่กันลื่น สำหรับขึ้นเรือและเดินบนหินเปียก
ที่ดีที่สุดของการเที่ยวหน้าฝนคือโปรโมชั่นโลว์ซีซั่น ที่พักลด ทัวร์ลด ตั๋วเดินทางก็มีโปรพิเศษ ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ให้เต็มที่ เพราะอีก 3-4 เดือนข้างหน้าเข้าไฮซีซั่น ราคาทุกอย่างจะกลับมาเต็มเหมือนเดิม นอกจากนี้ เพียงจองตั๋วเดินทางตั้งเเต่วันที่ 20 - 30 มิถุนายน 2026 นี้ผ่านแอป 12Go พร้อมกรอกโค้ดส่วนลด PPTV รับไปเลยส่วนลดสูงสุดถึง 20% หรือไม่เกิน 130 บาทต่อคน ต่อหนึ่งการจอง หากพร้อมเเล้ว ลองเลือกเกาะที่คุณอยากไปแล้วกดจองกันเลย!