เมื่อวันที่ (27 มี.ค. 62) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงการณ์ความคืบหน้าในกรจัดตั้งรัฐบาลว่า ขอบคุณคะแนนเสียงพี่น้องประชาชนที่ทำให้พรรคได้คะแนนเสียงมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร ตอนนี้พรรคกำลังหารือในการรวมเสียงและมีความคาดหวังว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะราบรื่น ตอนนี้กำลังดำเนินการในการคุยกับพรรคอื่นอยู่ ทางพรรคเชื่อว่ายังมีเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลวันนี้ยังไม่มีกลุ่มไหนที่พูดได้จริงจังว่ารวมเสียงได้เท่าไหร่ เพราะกกต.ยังไม่เสร็จสิ้นขบวนการ พรรคไหนจะพูดว่าได้เสียงเท่าไหร่ก็สามารถพูดได้ แต่อย่างไรก็ตามผลที่ได้ในตอนนี้ก็ยังไม่เป็นทางการ ตามหลักการคือจะต้องรวบรวมเสียงให้ได้มากที่สุดตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ทั้งนั้นเพราะยังถือว่าเวลายังมีพอสมควร ขอยังไม่เปิดเผยชื่อว่ามีพรรคไหนบ้างที่จะมาร่วมตั้งรัฐบาล โดยจะไม่เร่งอออกมาแถลงสิ่งใดเพราะพรรคจะไม่เน้นวาทกรรมเป็นหลัก เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดการสับสน
“ตัวเลขวันนี้ยังไม่นิ่งเลย ประกาศไปตั้งขั้ว ตั้งซีก เกิดใบแดงขึ้นมา มันเปลี่ยนได้เลย”
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า การที่พรรคอื่นพูดกันบอกว่ารวมเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้นั้น แต่ในความเป็นจริงก็ยังไม่ได้มีผลที่ชัดเจนของทางกกต.เพราะตัวเลขเปลี่ยนแปลงทุกวัน ดังนั้น การที่เกิดการรวมตัวกันแล้วอ้างความชอบธรรมเป็นเพียงกลไกลทางการเมืองเพื่อจะแสดงความชอบธรรม แต่ในข้อเท็จจริงแล้วการที่อ้างความชอบธรรมเท่านั้น โดยตอนนี้ยังมีระยะเวลาที่มากพอสมควร การจัดตั้งรัฐบาลแตกต่างออกไปจากเดิม พรรคยังยืนยันว่าจะมีสิทธิ์การจัดตั้งรัฐบาล ในการแถลงวันนี้ของอีกพรรคก็ยังไม่สามารถประกาศได้อย่างแน่ชัดว่ามีกี่พรรคในการเข้าร่วมเป็นเพียงการฉกฉวยในสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะทำให้รู้สึกว่ามีความชอบธรรม ตอนนี้คะแนนยังไม่ออกอย่างเป็นทางการซึ่งในตอนนี้มีการนับคะแนนบวกกับปาร์ตี้ลิสต์เป็นการนับคะแนนที่แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ในตอนนี้พรรคมั่นใจว่ายังเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเพียงแต่ยังไม่ใช่เวลาที่จะออกมาและอ้างประกาศชัยชนะในเวลานี้ ทั้งที่สถานการณ์ยังไม่เป็นที่ยุติ
อีกประเด็นคือ อยากให้หยุดการอ้างฝ่ายประชาธิปไตยเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ว่าใครได้คะแนนเสียงเท่าไหร่ก็ตามทุกคนเข้าสู่การเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย ถ้าไม่ใช่ประชาธิปไตยพวกเขาต้องไม่ลงแข่งขันด้วยตั้งแต่วันแรก ถ้าอ้างว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ แบบเผด็จการพรรคเหล่านั้นก็ไม่ต้องลงเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่พรรคเหล่านั้นก็มีความต้องการที่จะเอาชนะการเลือกตั้งไม่ใช่หรือ แต่พอผลการเลือกตั้งออกมาและระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งก็ได้ใช้วาทกรรมฝ่ายประชาธิปไตย
คำถามคือ พี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ 7.9 ล้านเสียงและถือว่ามีเสียงจากประชาชนมากที่สุดทั่วประเทศแปลว่าคนเหล่านั้นไม่ต้องเคารพเสียงประชาชนเลยหรือ แปลว่าเสียงประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยจะเป็นเสียงที่พวกเขาได้ประโยชน์เท่านั้นหรือถึงเป็นประชาธิปไตย แล้วพี่น้องประชาชน 7.9 ล้านคนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐพวกเขาไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงหรืออย่างไร อีกประมาณ 17 ล้านคนที่ไม่ได้ไปแถลงวันนี้พวกเขาไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตยหรือ
ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือการเคารพเสียงของพี่น้องประชาชน เคารพแม้กระทั่งเสียง 1 เสียงของพี่น้องประชาชนถือเป็นพื้นฐานของความเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ แล้วใช้สิทธิ์อะไรมาเรียกตัวเองว่าเป็นฝั่งประชาธิปไตยแล้วเรียกคนอื่นที่ไม่ลงคะแนนเสียงให้ตัวเองว่าไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตย ผมถือว่าเป็นการดูถูกพี่น้องประชาชนและเป็นการอ้างประชาธิปไตย เพื่อสร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมืองอีกครั้ง วันนี้ไม่มีฝ่ายประชาธิปไตยและไม่มีฝ่ายเผด็จการพรรคพลังประชารัฐดำเนินตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพรรคมองเห็นว่าบุคคลเหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรี คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
“อุตตม-สมคิด” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ หนุน “บิ๊กตู่” คนเดียว
“อุตตม” ไม่หวั่น ยื่นถอด “บิ๊กตู่”