ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเจ้าของเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ทัฬอิญ เสรีรวมไทย บึงกุ่ม รามอินทรา โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าเข้าไปช่วยแมวกว่า 50 ชีวิตที่ถูกทิ้งไว้ในคาเฟ่แมวชื่อดังแห่งหนึ่งย่านวัชรพล หลังเจ้าของคาเฟ่ดังกล่าวถูกจับข้อหาฉ้อโกง ทำให้ได้พบแมวป่วยและถูกแช่แข็งจำนวนมาก เบื้องต้นแมวบางส่วนถูกนำไปพักฟื้นและเลี้ยงดูเพื่อหาเจ้าของแล้ว ซึ่งแมวส่วนใหญ่ป่วย โดยเฉพาะพันธุ์สฟิงซ์ที่ส่วนใหญ่ตาบอด
โดยสภาพแมวแต่ละตัวที่ถูกช่วยเหลือออกมานั้น อยู่ในสภาพที่ป่วยหนัก โดยเฉพาะแมวพันธุ์สฟิงซ์ที่มีอยู่ 8 ตัว ส่วนใหญ่ตาบอดหนึ่งข้าง ส่วนตัวเมีย 5 ตัวมีแท้งลูก
นางสาวสุพัตรา เกษมพิมลพร คนดูแลแมว เปิดเผยว่า แมวเหล่านี้ถูกช่วยเหลือออกมาเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา โดย นายทัฬอิญ จิรเปรมธนิก อดีตผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย เจ้าของเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ทัฬอิญ เสรีรวมไทย บึงกุ่ม รามอินทรา ก่อนจะนำมาดูแล ที่บ้านพักใน ซอยนวมินทร์163 เบื้องต้นได้อาบน้ำ หยอดยา และรักษาอาการป่วยให้แล้ว โดยเปิดห้องให้แมวอยู่ 2 ห้อง หากแมวแข็งแรงสมบูรณ์ดีแล้วก็จะ หาเจ้าของให้ต่อไป
ขณะที่คาเฟ่แมวดังกล่าว ทีมข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบว่าปิดให้บริการไปแล้ว ติดป้ายห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป เบื้องต้นพบเป็นตึกแถวสามชั้นสองคูหา นายทัฬอิญ คนที่เข้าไปช่วยเหลือแมวให้ข้อมูลว่า เจ้าของคาเฟ่นี้ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา และแมวถูกปล่อยทิ้งไว้ ก่อนเจ้าของตึกมาขอความช่วยเหลือ จึงเข้ามาช่วยแมวและพบแมวอยู่ในสภาพป่วย ยังมีซากแมวพันธุ์สฟิงซ์ถูกแช่แข็งอีกนับสิบตัว
ผู้ที่เคยมาใช้บริการคาเฟ่นี้เมื่อทราบข่าวก็เดินทางมาดูด้วยตาตัวเอง และเล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เคยมาใช้บริการที่นี่ ตอนแรกไม่พบความผิดปกติอะไร แต่คาเฟ่ที่นี่มี แมวพันธุ์สฟิงซ์เยอะมาก
ผู้ที่เคยใช้บริการอีกท่านหนึ่ง เล่าว่า เคยนำแมวมาฝากไว้ที่นี่ เพราะเปิดเป็นโรงแรมแมวด้วย และเจ้าของคาเฟ่เคยบอกว่า ต้องผสมพันธุ์แมวถี่ขึ้น เเพราะต้องการมีลูกแมวเอาไว้รับลูกค้า
สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า กรณีที่เกิดขึ้นมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ผู้ที่จะเปิดร้านคาเฟ่สัตว์ลักษณะนี้ ต้องไปขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่นที่เป็นผู้รับผิดชอบ เช่น ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ต้องขึ้นทะเบียนกับ กรุงเทพมหานคร ตามข้อบัญญัติเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ. ศ. 2561 ข้อ 7 ได้กำหนดให้กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทต่างๆเช่นกิจการที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงการเพาะพันธุ์เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดต้องมีใบประกอบกิจการเท่านั้น
ในคาเฟ่จะต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสม ได้รับอาหารและปริมาณน้ำในคุณภาพที่เหมาะสมรวมถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตและความปลอดภัยด้วย ซึ่งการเลี้ยงดูของเจ้าของหรือผู้ดูแลนั้นจะต้องไม่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายและจิตใจ ไม่เช่นนั้นก็จะเข้าข่ายการทารุณสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับตามพรบป้องกันการทารุณสัตว์ พ.ศ. 2557
การทำคาเฟ่สัตว์ จะเข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่ เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ บอกว่า ต้องพิจารณาเป็นกรณีว่าร้านปฏิบัติตามที่ กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากตรวจสอบพบว่าร้านใดไม่ปฎิบัติตามที่ขออนุญาตหรือไม่มีใบประกอบอนุญาต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระงับการให้บริการร้านนั้นและดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที