เจียมตัว !! เสี่ยหนู ไม่ขอ เป็นนายกฯ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อนุทิน” ลั่น ไม่รับตำแหน่งนายกฯ ชี้ เป็นเรื่องของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เจียมตัว ให้พรรคแกนนำตามจีบ เผย เทใจร่วมรัฐบาลให้พรรคที่หนุนทุกนโยบาย ยัน ยังไม่มีใครทาบทาม รอประกาศผลทางการ 9 พ.ค. เชื่อ ถึงเวลา จะรู้ว่าควรรับสายใคร พร้อมวอน ผ่านเลือกตั้งแล้ว หยุดพูดแบ่งฝ่าย ประชาธิปไตย-สืบทอดอำนาจ ย้ำจุดยืน แก้ปากท้องชาวบ้าน ไร้ปัญหากับรัฐธรรมนูญ มั่นใจ ลูกพรรคไม่มีปัญหาถือหุ้นสื่อ ชี้ จะเป็นฝ่ายค้าน-รัฐบาล พร้อมชง “กัญชาเสรี”

เมื่อวันที่ (29 เม.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่พรรคภูมิใจไทย  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ว่า ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดท่าทีทางการเมืองใดๆได้ เพราะเรายังไม่ทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ อีกทั้งวันนี้ยังมีการนับคะแนนใหม่กันอยู่ พรรคจึงตัดสินอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อรอให้ทุกอย่างได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคน ใช้ช่วงเวลามหามงคลอยู่กับประชาชนและชักชวนให้ประชาชนออกมาร่วมงานพระราชพิธีนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตอนนี้ขอให้ลืมเรื่องการเมืองไปก่อนจนกว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะผ่านพ้นไปด้วยความเป็นมงคล ซึ่งหลังจากวันที่ 8-9 พฤษภาคม ค่อยมาคิดหาแนวทางและทิศทางทางการเมืองของทุกคนต่อไป  ส่วนเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ พรรคและสมาชิกพรรคจะช่วยกันสนับสนุนให้พรรคได้รับความนิยมมากที่สุด 

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครส.ส. กรณีถือหุ้นสื่อ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนต้องเคลียร์ตัวเองก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ว่าตัวเองมีคุณสมบัติอย่างไร ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบ ก็ไปชี้แจง ตนมั่นใจว่า สมาชิกพรรคและผู้สมัครของพรรคทุกคนจะสามารถชี้แจงคุณสมบัติของตัวเองได้  อย่างไรก็ตาม การแข่งขันแบบนี้ จะไปห้ามคนร้องเรียนก็ไม่ได้ ดังนั้น ใครร้องอะไรมา เราก็ต้องมีหลักฐานไปยืนยัน ว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยหรือพรรคฝั่งสืบทอดอำนาจ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยประกาศมาตลอดว่าจุดรีเซ็ทคือการเลือกตั้ง ใครก็ตามที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ถือว่าผ่านกระบวนการประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น พรรคภูมิใจไทยจะไปทางไหนหรือไปกับใคร เราไม่ได้ดูว่าอยู่ฝั่งไหน แต่จะดูว่าสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ พร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ มีความขัดแย้งใดๆหรือไม่ เข้าใจกันหรือไม่ และมองเห็นประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลักชัยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่พรรคจะพิจารณาว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร เนื่องจากเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ ไม่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง ก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว และรู้สถานะของตัวเอง ทั้งนี้ อย่ามาพูดเรื่องเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยอีกเลย เพราะทุกคนผ่านกระบวนการประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญมาหมดแล้ว และเท่าที่เห็น ก็ยังไม่มีกระบวนการไหนในการเลือกตั้งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยบอกมาตลอดว่าเราเคารพกติกาทุกอย่างที่มาจากรัฐธรรมนูญ  และหลังจากการเลือกตั้ง พรรคยังไม่ได้ทำอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า จะผลักดันนโยบายกัญชาเสรีหรือผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน นายอนุทินกล่าวว่า การผลักดันนโยบายน่าจะผลักดันได้เร็วกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  พรรคภูมิใจไทยเข้าสภาเพื่อทำงาน เราไม่ได้มีปัญหาอย่างมีนัยยะกับรัฐธรรมนูญ จนรู้สึกว่าจะทำงานไม่ได้ พรรคจึงกล้าที่จะแถลงจุดยืนและนโยบายที่ตั้งใจจะทำได้ทันที ทำได้เร็วและทำได้เลย เพราะรู้ว่าถ้ามัวแต่ไปวุ่นวายหรือกังวลกับปัญหาทางการเมือง เราจะทำงานไม่ได้ พี่น้องประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงาน และแก้ไขปัญหาปากท้อง เราต้องทำตามสิ่งที่ประชาชนได้สั่งการ ไม่ได้เข้ามาแก้ไขอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง

ที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองใดทาบทามให้เข้าไปร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่มี เพราะทุกคนต้องรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อพ้นการเลือกตั้งมาก็มีวันหยุดยาว และคนก็รู้สึกเหนื่อย จึงยังไม่ได้มีการพูดคุยติดต่ออะไรกัน  เพียงแต่อาจเจอกันตามงานต่างๆ ก็แสดงความยินดีซึ่งกันและกัน เป้าหมายของเราคือการนำตัวเองเข้าไปในสถา เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยกำหนดในภายหลัง

เมื่อถามว่า มีกระแสเสนอให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า "เป็นกระแส ก็ว่ากันไป ใครจะรู้ดีกว่าผม  เพราะไม่เห็นมีใครมาให้ผมสักคน เรื่องนี้เป็นการคาดการณ์  พรรคภูมิใจไทยบอกแล้วว่า จะเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการก็ต่อเมื่อได้รับคะแนนเป็นพรรคที่หนึ่ง มีส.ส.มากมาย แต่ตอนนี้เป็นพรรคลำดับที่ 5 ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น เราต้องให้คนที่มาที่ 1 ที่ 2 สามารถเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ แต่ผมก็ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่มีนัยยะสำคัญจากฝ่ายใดเลย"

เมื่อถามย้ำว่า หากมีการเสนอเข้ามาว่าให้เป็นนายกฯจริงๆ จะรับหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า "ไม่รับครับ บอกแล้วว่าคนเราจะได้อะไรต้องสมควรได้ ไม่ใช่ว่าหาทางออกไม่ได้แล้วโยนมาให้ นี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องตัวเอง ถามว่าอยากเป็นนายกฯไหม ตอบว่าอยากเป็น แต่จะเป็นได้หรือไม่ได้ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย"

ท่าทีของพรรคหลังวันที่ 9 พฤษภาคม จะเปิดประตูเจรจาอ้าซ่าหรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่า "ทำไมต้องบอกว่าเปิดประตูอ้าซ่า ทำไมไม่บอกว่าปิดประตูแล้วให้คนหา ทั้งนี้ ธรรมชาติการเมืองมันมีอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลา คนนี้จะคุยกับคนนี้  มันกำหนดไม่ได้ถ้ามาถามผมตอนนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ผมจะรู้ว่าถ้าเกิดโทรศัพท์สายนี้ดังเข้ามา เราควรจะคุยกับคนนี้ แล้วคิดว่าน่าจะมีข้อสรุป หรือว่าเราไม่ควรจะรับสายคนนี้ เพราะคุยไปก็ไม่ได้ข้อสรุป ถือเป็นสัญชาตญาณ เพราะอธิบายไม่ได้ วันนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าจะคุยกับใคร และยังไม่มีใครโทรเข้ามา"

หากมีพรรคการเมืองใดตอบรับนโยบายกัญชาเสรี พรรคภูมิใจไทยก็จะไปร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องรับทุกนโยบาย เพราะเราไม่ได้มีเพียงนโยบายกัญชาเสรีอย่างเดียว เชื่อว่าตอนนี้ยังมีเวลาในการพูดคุย  เราต้องดูจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้เป็นหลัก

เมื่อถามถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ระบุมีหลักฐานเด็ด อาจถึงขั้นนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทยได้ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องพิสูจน์ แต่ตนได้สอบถามผู้ที่ถูกร้องเรียน และผู้ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ของพรรคแล้ว ทุกคนยืนยันว่าเข้าสู่การแข่งขันที่เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งก็ต้องเชื่อเขา ทั้งนี้ การร้องเรียนเป็นสิ่งที่เราห้ามไม่ได้ แต่พรรคเราไม่เคยไปร้องเรียนใคร เพราะปลูกฝังมาตลอดว่าทุกคนต่อสู้อย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แม้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ที่ผ่านมา ตนได้เจอกับลูกพรรคที่แพ้คะแนน 400-500 คะแนน ตนก็ถามว่า พอใจแล้วใช่หรือไม่ หลายคนก็บอกว่าพอใจแล้ว และยอมรับความพ่ายแพ้ ดังนั้น เราต้องมีสปิริต เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ 

“ขอให้พรรคการเมืองคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน เมื่อถึงเวลาก็ส่งสมาชิกลงรับเลือกตั้ง ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ก็เป็นเรื่องดี จะได้ทำงานต่อไป  แต่หากเป็นโมฆะ ก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นกงกรรมกงเกวียน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเข้าใจธรรมชาติของการเมืองดีอยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดล็อกกัญชาเสรี นายอนุทินกล่าวว่า  นายเนวินถือเป็นครูใหญ่ที่เราเรียกขาน แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพรรค และตอนนี้เรายังไม่มีโอกาสพบพล.อ.ประยุทธ์ จึงยังไม่ได้พูดคุย อย่างไรก็ตาม ทั้งเรื่องกฎหมายกัญชา กฎหมายแกร็บ เราได้เตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าเราได้เป็นฝ่ายบริหาร จะผลักดันและเสนอเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร ก็จะเป็นเพียงผู้เสนอ ตามสิทธิที่เรามีในรัฐธรรมนูญ

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ