พบสารเคมีท่าเรือแหลมฉบังเป็นด่าง สวนทางผลตรวจรัฐ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มีข้อมูลน่าสนใจกรณีตู้คอนเทนเนอร์บนเรือสินค้าKMTC Hongkong บริเวณท่าเรือ A2 ท่าเรือแหลมฉบัง ระเบิดก่อนไฟไหม้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากหน่วยงานรัฐฯเปิดเผยข้อมูลสารเคมีในตู้คอนเทนเนอร์ว่า มีค่าความเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งสวนทางกับผลตรวจคนไข้ ที่ได้รับสารเคมี แพทย์ยืนยันว่า สารเคมีที่พบมีความเป็นด่างค่าPH อยู่ที่ 9 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อวันที่ (29 พ.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ราเมศร์ อำไพพิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง เปิดเผย ว่าคนไข้ที่ได้รับสารพิษจากเหตุการณ์​เรือบรรทุกสินค้า​ระเบิดก่อนเกิดไฟไหม้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมารักษาตัวเฉพาะที่โรงพยาบาลนี้ มี36 คน ในจำนวนนี้ มี 10 คน แพทย์ให้นอนรอดูอาการ 2 วัน ล่าสุดให้กลับบ้านหมดแล้ว

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง ยืนยันว่า มีคนไข้ 1 คน ถูกสารเคมีเข้าตา จึงใช้น้ำเกลือ 3 ลิตร ล้างตา ข้อมูลนี้น่าสนใจเพราะเมื่อนำน้ำเกลือไปตรวจค่าPH พบมีความเป็นด่าง อยู่ระดับ 9 เกินค่ากลางที่ระดับ 7 กระทบต่อสุขภาพ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นสารเคมีชนิดใด ซึ่งคนไข้รายนี้มีอาการแสบตา ระคายเคืองตา ข้อมูลนี้สวนทางกับการแถลงข่าวของกรมควบคุมมลพิษ​ก่อนหน้านี้ ว่าพบเพียงสารเคมีที่มีความเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งเป็นได้ว่ากรมควบคุมมลพิษ​อาจเจอสารเคมีคนละตัวกัน

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง เปิดเผยว่าคนไข้ที่มารักษาตัว บางส่วนเป็นคนงานของท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านการล้างตัวมาแล้วถือว่าทำตามขั้นตอนอย่างดี แต่มีประชาชนที่อยู่ในรัศมีการกระจายของละอองน้ำไม่ผ่านการล้างตัว แพทย์ให้ล้างตัวในห้องอาบน้ำผู้ป่วยที่ได้รับสารเคมีของโรงพยาบาล ซึ่งน้ำจากการล้างตัวได้เก็บเป็นตัวอย่างนำไปตรวจสอบแล้ว รอผลตรวจ ซึ่งจะบอกได้ว่าเป็นสารเคมีชนิดใด

ด้านนายสมนึก จงมีวศิน นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐฯเปิดเผยข้อมูลในตู้คอนเทนเนอร์​ ว่าเป็นสารเคมีชนิดใด เพื่อหาทางป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และหากดูผลกระทบที่เกิดขึ้นมีความเสียหายและรุนแรง ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่รัฐฯเปิดเผย

ในเฟซบุ๊​กของนายสมนึก โพสต์ภาพถังสีขาว ซึ่งลอยอยู่ริมชายฝั่งอ่าวอุดม ใกล้กับจุดที่เรือไฟไหม้ ชาวประมงพื้นบ้าน สมาชิกสมาคมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กลุ่มอนุรักษ์​ในพื้นที่ ไปพบและนำมาเก็บไว้เพื่อตรวจสอบ

นายสมนึก ย้ำว่าให้ติดตามกระบวนการทำลายและบำบัดน้ำเสียจากการดับไฟที่ไหม้เรือ ซึ่งมีมากถึง 6,000 ตัน ว่าจะมีกระบวนการอย่างไร เบื้องต้นพบว่า ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดที่มีศักยภาพพอที่จะบำบัดได้

นายสมนึก ยังตัั้งข้อสังเกต กรณีการเข้าไปกู้ภัยว่า เหตุใดจึงปล่อยให้เข้าไปกู้ภัยดับเพลิงได้ ทั้งที่ไม่ทราบว่าเป็นสารเคมีชนิดใด ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชลบุรี ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลบริเวณจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ 6 จุด วิเคราะห์ค่าโลหะหนัก TPH ซึ่งเป็นสารผสมของสารประกอบที่มาจากน้ำมันและคลอรีน ก่อนจะเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสารกำจัดศัตรูพืชเพิ่ม และจะตรวจวัดคุณภาพอากาศเป็นระยะ  จนกว่าจะสูบน้ำปนเปื้อนใต้ท้องเรือไปบำบัดจนหมด

ด้านตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุแล้วเสร็จ  ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ 1 ใบ ตกลงไปในทะเลจากเหตุเพลิงไหม้ ได้เก็บกู้ขึ้นไว้บนฝั่งแล้ว

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ