กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. เปิดเผยผลการชันสูตรซากวาฬบรูด้า เพศเมียที่ตายอยู่กลางงทะเลอ่าวไทยรูปตัว ก. ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับใหม่ ขึ้นทะเบียนวาฬบรูด้าเป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่
ผลชันสูตรซากวาฬบรูด้าตัวนี้ พบว่า มันคือ เจ้าปิ่น อายุประมาณ 2 ปี เป็นลูกของ แม่กันยา เพราะเปรียบเทียบตำหนิรูปร่างกับฐานข้อมูลภาพระบุอัตลักษณ์พบ ครีบหลัง จุดบริเวณปลายปาก และรอยแผลเป็นตรงกันว่าคือ เจ้าปิ่น
ส่วนผลการชันสูตรซาก พบรอยกากบาทบริเวณส่วนกรามล่างทั้งสองข้าง ลักษณะเป็นตาอวน ปอดมีการคั่งเลือดอย่างรุนแรงทั้งสองข้าง โดยเฉพาะด้านขวาซึ่งตรงกับรอยช้ำใหญ่ที่กล้ามเนื้อข้างลำตัวด้านขวา เป็นวงกว้างสุด 2 เมตร 25 เซนติเมตร บ่งบอกว่ามันถูกกระแทกอย่างแรงงานจากของแข็งไม่มีคม ส่วนที่กระเพาะอาหาร พบ อาหารที่ย่อยแล้วจำนวนมาก ไม่มีพลาสติกตกค้างในกระเพาะอาหาร
สรุปสาเหตุการตายเนื่องจากติดเครื่องมือประมงประเภทอวนลอยหรืออวนจมที่มีขนาดตาอวน 6 เซนติเมตร และกระแทกกับของแข็งไม่มีคมอย่างรุนแรง
เจ้าปิ่น ถือเป็นวาฬบรูด้า 1 ใน 40 ตัวที่ได้สำรวจตั้งชื่อและรหัสตามอัตลักษณ์ของวาฬ
หลังผ่าชันสูตรเสร็จจะฝั่งกลบซากวาฬไว้เป็นเวลา 1 ปี แล้วจะกลับมาเก็บกระดูกเพื่อนำไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
สำรวจพบ “วาฬบรูด้า” ขึ้นที่ทะเลบางขุนเทียน ห่างฝั่งไม่ถึง 10 กม. (คลิป)
จากสาเหตุการตายของวาฬบูรด้าที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ทำให้ ทช.ต้องหาแนวทางป้องกัน เพราะพบว่าปริมาณวาฬบรูด้าในอ่าวไทยตอนบนมีจำนวนลดลงจาก 70 ตัว เหลือ 50 ตัว ซึ่งจะเร่งประชุมหาวิธีการป้องกันไม่ให้วาฬหรือสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ถูกเครื่องมือประมงตายเพิ่มอีก
ผลชันสูตรยัน "วาฬบรูด้า" ถูกเรือชนตาย ทช.แจ้งความเอาผิดแล้ว