ฟันน้ำนมผุง่ายกว่าฟันแท้...และมีโอกาสตั้งแต่ซี่แรกที่ขึ้น
ข้อมูลจากกรมอนามัย บอกว่า เด็กไทยเริ่มมีฟันผุตั้งแต่อายุ 9 เดือน และพบว่าเด็กอายุ 3 ปีมีฟันผุเฉลี่ย 3 ซี่ต่อคน ซึ่งโรคฟันผุนั้นเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ “ฟันน้ำนมซี่แรกที่ขึ้น” เกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องปากร่วมกับเศษอาหารและน้ำลาย สะสมเป็นคราบขี้ฟัน หรือคราบแบคทีเรียเหนียวเกาะติดแน่นอยู่ตามผิวฟัน ไม่สามารถหลุดออกจากการบ้วนน้ำหรือการเช็ดเพียงอย่างเดียว “จำเป็นต้องแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน” และแบคทีเรียจะเปลี่ยนน้ำตาลและแป้งเป็นกรดทำลายผิวฟันจนเป็นรูเล็กๆ เมื่อรูเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้น เด็กจะเริ่มมีอาการเสียวฟัน และปวดฟัน
“ฟันน้ำนมของเด็กนั้นมีโอกาสผุได้ง่ายและลุกลามไวกว่าฟันแท้ เนื่องจากชั้นเคลือบฟันน้ำนมมีความบางกว่าฟันแท้”
"น้ำตาล-แป้ง" ตัวการใหญ่ทำร้ายฟันเด็กน้อย
ซึ่งสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดฟันผุ คือ “น้ำตาล” ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่อยู่ในทุกๆอย่างที่เด็กชอบ เช่น ขนมอบกรอบ ขนมหวาน น้ำอัดลม ซึ่งแป้งและน้ำตาลเหล่านี้จะเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียที่พร้อมจะทำปฏิกิริยากับน้ำตาลเหล่านี้ให้เป็นกรดที่พร้อมจะทำลายผิวฟันไปทีละนิดจนลุกลามไปเรื่อยๆ รวมถึงนม
สาเหตุรองลงมาคือ ปัจจัยแวดล้อมในช่องปาก เช่น รูปร่างของฟันแต่ละซี่ที่มีร่องลึก ตำแหน่งที่ผิดปกติ ซ้อนเกไม่เป็นระเบียบจะทำให้ยากต่อการทำความสะอาด เป็นผลให้เศษอาหารเข้าไปติดอยู่เป็นเวลานานส่งผลให้เกิดฟันผุได้ง่าย
เกราะป้องกัน “ฟันผุ” ต้องเริ่มจากพ่อแม่
ดังนั้น การป้องกันฟันผุจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก อย่างการปลูกฝังให้เด็กรักษาความสะอาดของช่องปากตัวเองให้ดี แปรงฟันถูกวิธีอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน “เพราะหากปล่อยไว้จะมีผลระยะยาวไปจนโต”
และควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยควรพาลูกไปพบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดฟันผุ
นวัตกรรม "นมเปรี้ยวป้องกันฟันผุ"
ขณะเดียวกันวงการคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมมือกับ บริษัทแดรี่โฮม พัฒนานวัตกรรม "นมป้องกันฟันผุ" จากโพรไบโอติกสายพันธุ์คัดพิเศษ ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุและกระตุ้นภูมิคุ้มกันในน้ำลาย ควบคุมจำนวนเชื้อก่อโรคฟัน
โดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า ได้คัดเลือกจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดจากช่องปากของคน (Lactobacillus paracasei SD1) มาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพช่องปาก โดยมีคุณสมบัติทั้งการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Streptococcus Mutans และ Streptococcus Sobrinus แบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ อีกทั้งช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในน้ำลาย และควบคุมจำนวนเชื้อก่อโรคฟันประเภทต่างๆ ให้สามารถคงอยู่ในช่องปากเพื่อกำจัดแหล่งเชื้อฟันผุได้นาน พร้อมเกาะติดเยื่อบุผิวในช่องปากได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังสร้างกรดน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับจุลินทรีย์สายพันธุ์อื่นๆ ที่มีความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของฟันผุได้ในระดับที่เท่ากัน โดยนวัตกรรมดังกล่าวถือเป็นประโยชน์อย่างมากในทางสุขภาพช่องปากของคนไทย โดยเฉพาะลดการสูญเสียฟันก่อนวัยอันควรในกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งยังมีราคาถูกกว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกจากต่างประเทศ สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น นมพร้อมดื่ม นมอัดเม็ด ลูกอม และนมผง เป็นต้น
สำหรับนวัตกรรมดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่ม หรือนมเปรี้ยว เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ฟันแท้กำลังเริ่มขึ้น โดยนอกจากจะให้ประโยชน์และคุณค่าในการเสริมแคลเซียมและป้องกันโรคในช่องปากแล้ว ยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการรักษารากฟันตั้งแต่ยังเป็นฟันน้ำนม ช่วยในระบบการย่อยและการทำงานของลำไส้ ทั้งยังไม่ต้องเสี่ยงหรือกังวลกับภาวะโรคอ้วน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลอย่าง “มอลติทอล” มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ “ไซลิทอล” ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในสินค้าจำพวกน้ำยาบ้วนปาก หมากฝรั่ง เม็ดอมลดกลิ่นปาก ฯลฯ จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยและให้สุขภาพที่ดีอย่างแน่นอนและในอนาคตจะมีผลิตภัณฑ์ประเภท “นมอัดเม็ด” เพื่อให้เกิดความสะดวกทั้งในการขนส่ง จัดเก็บ และอายุของสินค้าที่ยาวนานขึ้นกว่าเดิม
มาช่วยกันดูแลฟันซี่น้อยๆ ของพวกเขาตั้งแต่วันแรกเพื่อสร้างรากฟันที่แข็งแรงก่อนจะสายเกินไป
ข้อมูล : กรมอนามัย