เมื่อวันที่ (25 มิ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ซึ่งถือเป็นเมืองต้นแบบแห่ง “สมาร์ท ซิตี้” ซึ่งเมืองนี้ถือเป็นต้นแบบเมืองสมาร์ทซิตี้อันดับต้นๆในสหภาพยุโรป ซึ่งการเดินทางมาศึกษาดูงานของปตท.ในครั้งนี้ ก็เผื่อที่จะนำองค์ความรู้ไปต่อยอดและปรับประยุกต์ใช้ในพื้นที่ EECi ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดย ปตท. วางงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคกว่า 3,000 ล้านบาท
เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นางหงษ์ศรี เจริญวราวุฒิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ เพื่อ EECi ว่า ปตท. กำลังเริ่มพัฒนาพื้นที่กว่า 3,500 ไร่ ให้สามารถกลายเป็นสมาร์ทซิตี้ ได้จริงในอนาคต โดยในเบื้องต้น ปตท. จะทยอยลงทุน 3,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ในอนาคต คาดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2563
สำหรับแนวคิดสมาร์ทซิตี้ ทาง ปตท. วางแนวทางพัฒนาในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ ประกอบด้วย 6 ด้าน เช่น สมาร์ท Envoriment สมาร์ท เอ็นเนอร์จี้ แต่ที่ชัดเจน ที่สุดและเริ่มมีในพื้นที่แล้ว คือ Smart PeoPle อย่างการสร้าง โรงเรียนกำเนิดวิทย์ และสถานบันการศึกษา และ ศูนย์รวมของสตาร์ทอัพ ซึ่งการรวมตัวแบบนี้ถือเป็นแพลทฟอร์ม ที่รวมรวบนวัตกรรมและงานวิจัยรูปแบบใหม่
ภายในปี 2563 จะก่อสร้างจะแล้วเสร็จ คือ ศูนย์ innovation ของ ปตท.สผ. ส่วนปี 2564 อาคารของ สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ขณะเดียววัน ใน คอมมิวนิตี้โซน ทาง ปตท.ก็ต้องกระตุ้นการเข้าพื้นที่
สำหรับการเดินทางมายังกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ของ ปตท. จะดูงานโครงการ Aspern Smart City ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของนครเวียนนา เริ่มมีการจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่อาศัย รถไฟฟ้า ประชาชนมาอยู่ในอาคารที่รัฐลงทุนก่อสร้างให้ พร้อมแรงจูงใจด้านการเงินและสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่ง ปตท. ก็จะนำองค์ความรู้ที่ศึกษาไปปรับประยุกต์ใช้ยัง สมาร์ทซิตี้ในไทย
อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมืองสมาร์ทซิตี้ ก็จะเกิดขึ้นในจริงในประเทศไทย ซึ่งผลดีไม่ได้ส่งเฉพาะคนในและใกล้พื้นที่จะได้ประโยชน์จากการพัฒนาของพื้นที่ เด็ก และนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ยังมีการศึกษาทีขึ้นตามเทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่อีกด้วย