โดย บ.ซันเทค เมทัลส์ จำกัด เจ้าของขยะ ที่ถูกสั่งปิดโรงงาน และถูกสั่งให้รับผิดชอบการขนย้าย ยืนยันไม่ทราบว่า ขยะที่ขายต่อออกมาจะถูกนำมาคัดแยกในพื้นที่ป่า และอาจดำเนินการทางกฎหมายกับคู่ค้า พร้อมอ้างว่า วัตถุของโรงงานไม่เข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย
กระบวนการขนย้ายซากของเสียจากโรงงานบดย่อยรถยนต์เริ่มตั้งแต่ประมาณ 10 นาฬิกา โดยบริษัท ซันเทค เมทัลส์ จำกัด ซึ่งถูกกรมโรงงานอุตสาหกรรมสั่งให้เป็นผู้ขนย้ายใช้รถแบ็คโฮตักกซากอุตสาหกรรมใรรถบรรทุกพ่วง 17 คัน เพื่อนำของเสียเหล่านี้กลับไปยังโรงงานที่ จ.ชลบุรีทันที โดยมีเจ้าหน้าที่อุตสาหหกรรมและตำรวจติดตามควบคุมการขนย้าย โดยโรงงานตั้งเป้าจะให้เสร็จสิ้นในวันนี้ แต่อาจจะต้องล่วงเลยไปถึงวันพรุ่งนี้
วิธีการขนย้ายที่เห็น คือ การนำซากอุตสาหกรรมที่ถูกระบุว่าเป็นชิ้นส่วนจากการบดย่อยรถยนต์ใสท้ายรถพ่วงและใช้ผ้าใบคลุมบรรทุกพ่วงหลังรถออกไป ซึ่งวิธีการนี้ ไม่ใช่วิธีการขนย้ายของเสียอันตรายที่ถูกต้อง แต่ของเสียที่ถูกนำมาคัดแยกกองนี้ ยังไม่ถูกระบุว่าเป็นของเสียอันตรายหรือไม่ และทางจังหวัดสระแก้ว ต้องการให้ขนย้ายออกไปโดยเร็ว จึงเห็นควรให้ดำเนินการ
นายสัญญวุฒิ เจียรตระกูล ตัวแทน บ.ซันเทค เมทัลส์ จำกัด อ้างว่า ของเสียจากโรงงานซันเทคไม่ใช่ของเสียอันตรายอย่างที่หลายฝ่ายกังวล เพราะขึ้นทะเบียนคนละประเภทกัน พร้อมยืนยันไม่รู้เห็นว่าผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะ บ.อลิสา จาก จ.ระยอง ที่ประมูลของเสียไป จะนำมากองเพื่อคัดแยกในพื้นที่ป่า จ.สระแก้ว แต่เมื่อเอกสารจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุให้ บ.ซันเทค เป็นเจ้าของ ก็ยินดีรับผิดชอบตามกฎหมาย โดยดำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับ บ.อลิสา ที่ทำให้ บ.ซันเทค ได้รับความเสียหาย
สภาพกองซากอุตสาหกรรม ที่ ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเน็น จ.สระแก้ว เวลานี้ ถูกขนย้ายออกไปจำนวนมากแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกจำนวนมาก และยังพบร่องรอยการคัดแยก “วัตถุมีค่า” ของคนงาน วางอยู่ในพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนพลาสติกจากรถยนต์ ส่วนอื่นๆมีสายไฟทองแดง โลหะที่เป็นส่วนประกอบต่างๆ และมีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่ แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายหรือไม่
ส่วนข้อสงสัยสำคัญอีกข้อคือ เหตุใดของเสียจากอุตสาหกรรมกองนี้ จึงถูกนำมาดำเนินการคัดแยกที่นี่ได้ มีใครในพื้นที่เป็นผู้ประสานงานหรืออำนวยความสะดวกหรือไม่ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใดให้คำตอบได้ บอกเพียงว่า อยูในขั้นตอนการสืบสวนของตำรวจ
ขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โผล่ สระแก้ว ชาวบ้านหวั่นอันตราย