วันนี้ (17 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีกคนที่สูญหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัย ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 2 ข้อ คือ อยู่ใต้ซากปรักหักพัก และไม่อยู่ใต้ซากปรักหักพัง หรือ ลอยออกไปจากจุดนี้ ดังนั้นการค้นหาวันนี้ จึงแบ่งทีมค้นหา 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย นำเรือตระเวนหาผู้สูญหาย ในรัศมีโดยรอบ เพราะเป็นอีกข้อสันนิษฐานที่คิดว่า ร่างอาจลอยน้ำไปบริเวณอื่น ส่วนกลุ่มสองเป็นชุดนักประดาน้ำ ชุดนี้จะทำหน้าที่ดำน้ำลงไปข้างล่างเพื่อค้นหาผู้สูญหาย ในบริเวณที่ศาลาทรุดตัวลง และล่าสุดรถเครน สามารถยกซากชิ้นส่วนที่จมลงน้ำพร้อมอาคารขึ้นมาได้แล้วบางส่วน
“ตอนนี้ประสบปัญหาคือของที่ไปหล่นกองทับอยู่จุดเดียวกัน ก็ทำให้ปิดทางเข้าที่เราจะเข้าไปได้ ตั้งแต่เมื่อคืนกำลังจะดึงของออกมา แต่ว่าคือมันแน่นมาก ก็เลยจะหาทางเข้าทางอื่น เช้านี้ก็จะไปปฏิบัติตรงนี้ใหม่ แผนที่สองก็คือ ใช้เรือประมาณ 4-5 ลำ ในการล่องหาน้องคนนี้” นายชลธี เลาหกรรมวณิช หัวหน้าชุดปฏิบัติการอุปกรณ์กู้ภัยสว่างเบญจธรรม กล่าว
ขณะที่ส่วนอีกศาลาที่ถูกสร้างมาพร้อมกับศาลาที่ทรุดตัว ซึ่งมีอายุ 40-50 ปีเท่ากัน ทางเทศบาลได้ติดป้ายประกาศ เป็นเขตห้ามเข้า เพราะกังวลว่าเสี่ยงจะทรุดตัวเหมือนอีกอาคารที่สร้างคู่กันมา เช่นเดียวกับท่าเรือซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ใช้ขึ้นลงดำน้ำ กรมเจ้าท่า ได้สั่งปิดชั่วคราว เพื่อความสะดวกในการค้นหาผู้สูญหาย