ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ยังคงน่าเป็นห่วง น้ำในเขื่อนเหลืออยู่แค่ เพียงร้อยละ 5 ของความจุ ทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังมีความจำเป็นต้องปรับลดการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 และยังไม่สามารถระบายน้ำเพิ่มได้ เนื่องจากน้ำเหลือน้อยกว่าที่คาดการณ์ ถึงแม้นจะเข้าสู่ฤดูฝนมาหลายสัปดาห์แล้วก็ตาม
ทั้งนี้ นายศุภชัย มโนการ ผู้อำนวยการสงน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระบุว่า เขื่อนป่าสัก ฯ ยังไม่สามารถที่จะระบายน้ำเพิ่มได้ถึงแม้จะเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัวแล้วก็ตาม และตรงกันข้าม เขื่อนยังต้องมีความจำเป็นต้องทำการปรับลด การระบายน้ำลงสู่ด้านท้ายเขื่อน ตามความเห็นชอบของกรมชลประทาน เนื่องจากระดับน้ำในเขื่อนเหลือน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยปริมาณน้ำในเชื่อน ล่าสุดเช้าวันนี้ (18 ก.ค.2562) ปริมาณน้ำอยู่ที่ 48 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 5 จากปริมาณเก็บกักสูงสุดที่ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยยังไม่มีปริมาณน้ำที่ไหลลงมาในพื้นที่รับน้ำของเขื่อน ทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีความจำต้องลดการระบายน้ำ จากเดิม วันละประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เหลือเพียง 0.70 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อบริหารจัดการน้ำ สำหรับการรักษาระบบนิเวศน์ด้านท้ายเขื่อนและสามารถรองรับการใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดไปให้ได้ตลอดสิงหาคม นี้
เช่นเดี่ยวกับที่หน้า เพจ facebook ของสำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ระบุถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ขณะนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 23 แห่ง มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ถึง 13 แห่ง โดยสำนักงานชลประทานที่10 และ เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ จึงได้เร่งประชาสัมพันธ์ ขอให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด โดยเฉพาะเกษตกรที่ต้องอาศัยน้ำจากเชื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หากยังไม่ได้หวานเมล็ดปลูกพืขไร่ หรือทำนา ขอให้ชะลอการเพาะปลูกออกไปอีกระยะหนึ่งก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยง จากความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร จากปัจจัยการขาดแคลนน้ำ