วันนี้ (19 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัวนายเพชร หูกขุนทด อายุ 25 ปี ชาว จังหวัดนครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ จ.56/2562 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ข้อหา ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่และหลบหนีไป ระหว่างที่ถูกคุมขังของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) และขับขี่รถจักรยานยนต์โดยผิดกฎหมาย พร้อมกับ น.ส.ลลิตา คงสวัสดิ์ อายุ 20 ปี ชาว จังหวัดนครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ จ.62/2562 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ข้อหสช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องรับโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม
โดย ตำรวจกองปราบปราม ได้รับการประสานจาก สถานีตำรวจภูธรด่านขุนทด ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งได้หลบหนีการถูกคุมขังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการจับกุมตัว นายเพชร หูกขุนทด พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 124 เม็ด ในความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์โดยผิดกฎหมาย และในระหว่างที่ควบคุมตัวในชั้นจับกุมอยู่ที่ สภ.ด่านขุนทด นั้น ได้มี น.ส.ลลิตา คงสวัสดิ์ ซึ่งเป็นภรรยาของนายเพชร ได้เข้ามาเยี่ยมตามปกติ และวางแผนในการช่วยเหลือนายเพชร เพื่อหลบหนีการจับกุม ก่อนจะหลบหนีไป
ทั้งนี้ภายหลังการจับกุม นายเพชร และ น.ส.ลลิตา รับสารภาพว่า ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง และน.ส.ลลิตา รับว่า ตนได้คบกับนายเพชร มาเป็นเวลา5 ปี และตนรู้สึกรัก นายเพชร มาก เนื่องจากทั้งสองได้มีบุตรร่วมกัน จำนวน 1 คน และจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงดูบุตรของตน ไม่อยากให้ภาระการเลี้ยงลูกตกไปอยู่กับญาติของตนด้วย จึงได้ตัดสินใจวางแผนร่วมกันกระทำผิดดังกล่าวขึ้น จากนั้นจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป