วันที่ 19 ก.พ.2569 นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยถึงกรณีปัญหาสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในหลายพื้นที่ถูกสั่งเลิกกิจการ ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตนได้ติดตามและพยายามให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายมาโดยตลอด แต่ประสบปัญหาไม่สามารถหาผู้เสียหายที่พร้อมออกมาแสดงตัวดำเนินคดีได้ เนื่องจากหลายคนหวาดกลัว ทำได้เพียงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันและรอการสอบสวน ขณะที่คดีในหลายจังหวัดไม่มีความคืบหน้า
นายรณรงค์ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาดังกล่าวมีความทับซ้อนทางผลประโยชน์กับนักการเมืองท้องถิ่น โดยระบุว่าหลายจังหวัดมีหัวคะแนนหรือกลุ่มบ้านใหญ่เข้าไปเป็นกรรมการกองทุนฌาปนกิจ เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิตและมีการจ่ายเงิน ก็กลายเป็นการสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง จึงเป็นเหตุให้การร้องเรียนในพื้นที่ไม่คืบหน้า
สำหรับอำนาจในการสั่งเลิกสมาคม นายรณรงค์ระบุว่า ตามกฎหมายอำนาจอยู่ที่ “นายทะเบียน” ซึ่งก็คือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือ นายกเทศมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล แต่ประเด็นสำคัญคือ เมื่อมีคำสั่งเลิกแล้ว สมาชิกไม่ได้รับเงินคืน เพราะกฎหมายตีความว่าเงินที่นำส่งเข้ากองทุนเป็น “เงินบริจาค” ไม่ใช่ “เงินออม” และเมื่อเลิกกิจการ เงินต้องโอนต่อเป็นเงินบริจาค ไม่สามารถนำมาชำระหนี้คืนสมาชิกได้
อย่างไรก็ตาม นายรณรงค์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในขั้นตอนการชักชวนประชาชนเข้าร่วมกองทุน มีการชี้แจงชัดเจนหรือไม่ว่าเป็นเงินบริจาค ไม่ใช่เงินออม เพราะชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เข้าใจว่าเป็นการออมเงินเพื่อสวัสดิการ เมื่อกองทุนล้มจึงได้รับความเสียหาย
นายรณรงค์ยังตั้งคำถามถึงการกำกับดูแลของนายทะเบียนในพื้นที่ ว่าหากพบสัญญาณขาดทุน เหตุใดจึงไม่สั่งปิดตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่กลับปล่อยให้ดำเนินการต่อจนเกิดความเสียหายจำนวนมาก บางพื้นที่ความเสียหายรวมกันนับพันล้านบาท และยังมีกรณีนายทะเบียนอ้างว่าไม่ทราบว่ามีกองทุนตั้งอยู่ในพื้นที่ของตน
นายรณรงค์ ยังกล่าวเสนอว่า ผู้เสียหายควรแจ้งความเอาผิดนายทะเบียนฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากเป็นผู้มีหน้าที่กำกับดูแล หากเกรงกลัวอิทธิพลในพื้นที่ สามารถรวมตัวเข้าแจ้งความต่อหน่วยงานส่วนกลาง เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่า การเอาผิดเฉพาะกรรมการกองทุนแต่ละแห่งอาจไม่เพียงพอ หากไม่ตรวจสอบผู้มีหน้าที่กำกับดูแลด้วย
ส่วนโอกาสที่สมาชิกจะได้รับเงินคืน นายรณรงค์ระบุชัดว่า หากมีคำสั่งเลิกตามกฎหมายแล้ว โอกาสได้รับเงินคืนแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากข้อกฎหมายกำหนดให้เงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาค
ทั้งนี้ นายรณรงค์เรียกร้องให้ผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฌาปนกิจในจังหวัดต่าง ๆ ตรวจสอบสิทธิของตนเอง และหากเห็นว่านายทะเบียนไม่ดำเนินการตามหน้าที่ ควรใช้สิทธิทางกฎหมายดำเนินคดี เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ และความชัดเจนต่อประชาชนผู้ได้รับความเสียหายทั่วประเทศ