จากกรณีในโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่หนังสือที่ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายทะเบียนกลางสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ได้มีประกาศนายทะเบียนกลางสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เรื่อง การเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้ประชาชนหลายคนที่เป็นสมาชิกและจ่ายเงินสงเคราะห์ให้กับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในพื้นที่อื่นๆ เป็นอย่างมาก และกำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้
ล่าสุดผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ในตำบลตาเกษ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีคำสั่งยกเลิกสมาคมตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. 2568 แล้วนั้น พบว่าอาคารที่ทำการสมาคมฯ ถูกปิดอยู่ในสภาพรกร้าง โดยตั้งแต่มีคำสั่งเลิกสมาคมได้ทำการปิดตัวลงแบบต่างฝ่ายต่างคนหนีเอาตัวรอด ทิ้งสำนักงาน ทิ้งสมาชิก ขณะที่เจ้าหน้าที่ชิงลาออกกันหมด และบางคนก็ถูกดำเนินคดี
โดยก่อนหน้านี้ขณะที่สมาคมฯเกิดปัญหา ได้มีคนเข้าแจ้งความ กรณีที่ญาติผู้เสียชีวิต ไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ศพ ตามที่สมาคมฯ แจ้งเอาไว้ตั้งแต่แรก จนนำไปสู่การประท้วง และยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ ต่อนายทะเบียน ในช่วงปี 2565 -2566 ประกอบกับสมาชิกจำนวนมาก หยุดส่งเงินสงเคราะห์ ทำให้สมาคมฯ ขาดสภาพคล่องเป็นอันมาก แต่ยังมีสมาชิกเสียชีวิตทุกวัน และไม่มีเงินจ่ายสงเคราะห์
ด้านพันตำรวจเอก นิลกาฬ พรศักดิ์ ผู้กำกับ สภ.อุทุมพรพิสัย ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่า คดีที่ญาติผู้ตาย ที่เป็นสมาชิกของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ ตามข้อกำหนด ตามระเบียบของสมาคมฯ บางราย ก็ได้แค่เป็นเงินค่าปลงศพ บางคนก็ได้เงินบางส่วน ก็เลยมาร้องทุกข์ตั้งแต่ปี 2564-66 ซึ่งได้มีการสอบสวนดำเนินคดีไป และบางคดีก็ร้องเจ้าหน้าที่สมาคมฯ มีพฤติกรรมฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์ ของสมาชิก ก็ได้แยกดำเนินคดี ทั้งกับคณะกรรมการของสมาคมฯ โดยได้คดีสอบสวนไปเป็น 3 คดี ทุกคดีสอบสวนเสร็จสิ้น ส่งสำนวนไปที่พนักงานอัยการ โดยคดีนี้ต้องใช้ระยะเวลานาน เนื่องจากอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวน มีการสอบสวนเพิ่มเติมในหลายครั้ง เพื่อให้หลักฐานมีความสมบูรณ์ ซึ่งตอนนี้ได้นำคดีขึ้นสู่ศาล อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ก็มีทั้งการยกเลิกการฟ้องคณะกรรมการบางคน ที่เพิ่งเข้ามาทำงานและมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีตั้งแต่แรก และก็มีกรรมการบางคน ได้มีการเสียชีวิตไปแล้ว ก็ได้ดำเนินการขอใบมรณบัตร เพื่อขอจำหน่ายคดีแล้ว
ทั้งนี้ยืนยันว่าทุกคดีอยู่ชั้นของศาลพิจารณา ซึ่งทั้ง 3 คดี ที่ส่งยื่นฟ้องไปก็เป็นเรื่องเดียวกัน เพียงแต่ว่าผู้เสียหาย ญาติของผู้เป็นสมาชิก มาร้องทุกข์ต่างกรรม ต่างวาระ การแจ้งความร้องทุกข์กับคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ ซึ่งตอนนี้ทราบจากนายทะเบียน ว่ามีการประชุม และมีคำสั่งยกเลิกกิจการของสมาคมฯ และนายทะเบียนมีคำสั่งยุบสมาคม มีการชำระทรัพย์สินต่างๆ ของสมาคมพร้อมเข้าไปควบคุม ดำเนินการเบ็ดเสร็จไปแล้ว สำหรับผู้เสียหายที่ยังไม่รับความเป็นธรรม ก็อาจจะไปร้องต่อศาล ขอให้อัยการเป็นผู้ฟ้องในคดีแพ่ง เพื่อที่จะรวมไปในคดีอาญาด้วย และก็แยกเป็นคดีแพ่งอีกต่างหาก เพื่อให้มีการจ่ายเงินค่าเสียหาย ตามที่ยังไม่ได้รับ
พันตำรวจเอก นิลกาฬ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ก็ยังมีสมาคมอื่นๆ ที่เริ่มจะเข้าข่ายดำเนินกิจการไปไม่รอด เนื่องจากสมาชิกลดลง ทำให้เก็บเงินได้ไม่เป็นไปตามยอดที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่เบื้องต้น เพราะสมาคมไม่มีการแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ แต่เป็นการสงเคราะห์สมาชิกด้วยกัน จำนวนเงินที่เก็บ ก็ตามจำนวนสมาชิกสงเคราะห์ศพ ตามยอดที่สมาชิกมีอยู่ และอีกส่วนหนึ่งก็อาจจะเกิดการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการ ซึ่งก็ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ก็ฝากทุกท่านระมัดระวังในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก ต้องตรวจสอบให้ดี มีการจดทะเบียนถูกต้อง การดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบของนายทะเบียนหรือไม่ จะได้ไม่กระทบความเสียหายแก่ผู้สมัครต่อไป