คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ในคณะกรรมการอาหารและยา ใช้เวลาประชุมกว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งในวาระมีประเด็นสำคัญคือการพิจารณารับรองให้น้ำมันกัญชา 2 ตำรับ หนึ่งตำรับจากแพทย์พื้นบ้านในจ.กาฬสินธุ์ อีกหนึ่งของนายเดชา ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เป็นตำรับยาแพทย์แผนไทยหรือไม่ แต่ปรากฏว่าน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชายังรับรองไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขในกฎหมายยาเสพติดที่แก้ไขใหม่
โดยนายแพทย์พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่ายังไม่สามารถรับรองน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เนื่องจากนายเดชา ยังติดคุณสมบัติการรับรองเป็นหมอพื้นบ้านจากสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ตามกฎหมายยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 7 แก้ไขใหม่เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2562 ข้อติดขัดตรงนี้ ที่ประชุมจึงมอบหมายให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์เลือกไปดำเนินการให้ถูก คือตั้งคณะกรรมการหมอพื้นบ้านเพื่อพิจารณาคุณสมบัตินายเดชา ที่จ.สุพรรณบุรี คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน
ทั้งนี้คุณสมบัติของนายเดชานี้ ไม่เคยถูกพูดถึงมาก่อนว่า ยังต้องมีการพิจารณาตามพ.ร.บ.ยาเสพติด ที่หมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทยจึงสามารถแจกจ่ายยาที่มีสูตรสกัดมาจากยาเสพติด ซึ่งรองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ยอมรับว่าตกประเด็นนี้ไปในการรับรองนายเดชาเป็นหมอพื้นบ้านช่วงแรก
ขณะที่ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน 12 องค์กร วานนี้นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขานุการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และนางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย ไม่เห็นด้วยกับผลประชุมโดยระบุว่า อย.พิจารณาไม่ตรงประเด็น ควรพิจารณารับรองน้ำมันกัญชานายเดชา แต่อย.กลับไปพิจารณาคุณสมบัติของนายเดชา ทั้งที่เป็นหน้าที่ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เชื่อว่าเป็นการยื้อเวลาเพื่อเหตุผลบางอย่าง
ปธ.มูลนิธิข้าวขวัญ เชื่อ มีเบื้องหลังจับกุมกัญชา
การแจกน้ำมันของนายเดชา ยังทำต่อเนื่องเป็นวันที่สาม และจะทำต่อไปจนถึงวันอาทิตย์ เพื่อแจกยาให้กับผู้ป่วยโรคไมเกรน กว่า 1,400 คนที่ลงชื่อไว้กับมูลนิธิข้าวขวัญ ซึ่งเลขาธิการ อย. เปิดเผยว่า ถ้ามองเรื่องกฎหมายก็ผิด แต่ภาครัฐจะมองด้านสังคม เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่รับน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา