วันนี้ (6 ส.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตำรวจฝ่ายสืบสวนควบคุมตัวนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต ภายในเขตมหาวิทยาลัย หลังสืบทราบว่าเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่นำวัตถุต้องสงสัยไปวางไว้หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จังหวัดนนทบุรี
โดยรองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า การควบคุมตัวนักศึกษาครั้งนี้เป็นการคุมตัวในฐานะพยานไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย ซึ่งผลจากการสอบปากคำ นักศึกษารายนี้ยอมรับว่าเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์จริง แต่ให้เพื่อนยืมไป ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด แต่ไม่เห็นด้วยกับการควบคุมตัวนักศึกษาคนนี้ โดยปฏิบัติเหมือนเป็นผู้ต้องหา เพราะแม้จะพยายามสอบถามว่าจะนำนักศึกษาไปที่ไหน ก็ไม่ได้รับคำตอบ
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุคุมตัวนักศึกษาขึ้น ผู้ช่วยอธิการบดี ระบุว่า จะสั่งการให้เข้มงวดเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะการเข้าออกเขตมหาวิทยาลัยมากขึ้น และจะจำกัดเวลาการใช้งานพื้นที่ในมหาวิทยาลัย
ขณะที่นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต ที่ถูกควบคุมตัวไป เป็นนักศึกษาที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดปัตตานี เขายอมรับว่าเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิด ซึ่งคนร้ายใช้ไปก่อเหตุที่ศูนย์ราชการจริง แต่วันนั้นเพื่อนที่เดินทางมาจากนราธิวาสเป็นผู้ยืมรถจักรยานยนต์ไป แต่ไม่ทราบว่าเอารถไปทำอะไร
อย่างไรก็ตามที่น่าสนใจคือ นักศึกษาคนนี้อ้างว่าไม่ได้สนิทสนมกับเพื่อนคนนี้ แต่ให้เพื่อนมาพักที่หอพักด้วย เพราะไว้ใจที่เป็นคนบ้านเดียวกัน และที่รู้จักกันเพราะชอบเรื่องรถบิ๊กไบก์ โดยมาขอพักด้วยกันประมาณ 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดหลังวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ช่วงวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อนคนนี้ขอยืมรถไปขี่เล่นช่วงสาย บอกว่าจะไปขี่รถเล่น ระหว่างรอเวลากลับบ้านที่จังหวัดนราธิวาส ก่อนที่วานนี้ (5 ส.ค.62) เจ้าหน้าที่จะคุมตัว ชายคนที่ยืมรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาคนดังกล่าวที่จังหวัดนราธิวาสนอกจากตำรวจจะคุมตัวนักศึกษาคนนี้ไปสอบปากคำแล้ว ยังไปค้นห้องพัก นำเสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ รวมถึงแท็บเลตไปตรวจสอบด้วย