เมื่อวานนี้ กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยหลายพันคน พร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัวครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร่ม หมวกนิรภัยและหน้ากากกันแก๊สน้ำตา ออกมาเดินขบวนในย่านกวนตง ทางตะวันออกของฝั่งเกาลูน
โดยผู้ประท้วงมีการเรียกร้องให้ทางการชี้แจงเรื่องการติดตั้งเสาไฟอัจฉริยะตามถนน เนื่องจากเกรงว่าจะมีการติดตั้งกล้องจดจำใบหน้า ซึ่งเป็นวิธีที่รัฐบาลจีนใช้สอดส่องและปราบปรามอาชญากรรม
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นในช่วงบ่าย เมื่อผู้ประท้วงหันมาใช้วิธีปิดถนนอีกครั้ง ก่อนจะเปิดฉากปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ประท้วงได้ขว้างปาระเบิดเพลิง และข้าวของใส่ตำรวจ จนต้องมีการยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเป็นครั้งแรกในรอบ 10 วัน เหตุปะทะที่เกิดขึ้นกินเวลาหลายชั่วโมง ตำรวจต้องสั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดิน 4 สถานี ในพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าประชาชนอาจถูกลูกหลง
ส่วนสนามบินนานาชาติฮ่องกงและเส้นทางสัญจรโดยรอบยังคงเป็นปกติ ท่ามกลางความกังวลว่าผู้ประท้วงอาจกลับมาปิดล้อมให้เกิดความวุ่นวายอีก
“ฮ่องกง” ยิงแก๊สน้ำตาสลายม็อบประจำสัปดาห์