วันนี้มียีราฟที่เหลืออยู่ในธรรมชาติ ราวๆไม่ถึง 100,000 ตัว ซึ่งเมื่อเทียบกับสิงโต ที่เหลือไม่ถึง 40,000 ตัว วาฬก็มีไม่เกินนี้เช่นกัน เเต่ตัวเลขของยีราฟน่าสนใจตรงที่ ถ้ามองเป็นสัดส่วน จำนวนที่เหลือนี้ มันลดลงมาจากเมื่อ 30 ปีก่อนราวๆ 40% เขาเลยกลัว่าว่ามันจะสูญพันธุ์เเบบเงียบๆ
นักวิชาการ นักอนุรักษ์ NGO รวมตัวกันที่นครเจนีวา เพื่อหารือการประชุมสุดยอดของ CITES ซึ่งเป็นเวทีที่หาความพอดีระหว่าง การอนุรักษ์สัตว์ไม่ให้สูญพันธู์เเต่ยังสามารถค้าขายได้อยู่บ้าง
ยีราฟในโลกนี้ที่อยู่ตามธรรมชาติ สวนสัตว์ไม่นับมีไม่ถึงหนึ่งเเสนตัว เเละ อยู่ในไม่กี่ประเทศในเเอฟริกา เเต่ถ้ามองลึกลงไปถึง sub species ของเขาเเล้วมี บางสายพันธุ์ ใน 9 สายพันธู์ย่อยที่เหลือไม่กี่ร้อยตัว
นอกจากการเปลี่ยนเเปลงของสิ่งเเวดล้อม การโยกย้ายที่ยอู่อาศัยของคนที่รุกล้ำเข้าไปในป่า เเละ ปัญหาการเมืองภายในประเทศ การฆ่าเพื่ขายชิ้นส่วนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยีราฟลดจำนวนลงอย่างน่าตกใจ
เเต่ปัญหาหนึ่งที่ยังเคลียร์ไม่จบ ณ ตอนนี้คือ บางประเทศอย่างแอฟริกาใต้ อนุญาติให้ล่ายีราฟได้ เนื้อกินได้ หนังขายได้ ขณะที่ประเทศอื่นๆในแอฟริกาไม่ยอมเพราะกลัวว่าจะเล่นกันซะหมดป่า เเต่ก็เชื่อว่า มีการลักลอบ ส่งออกชิ้นส่วนต่างๆของยีราฟที่ฆ่าจากที่อื่น โดยตีตราว่า ไล่ล่าเเละฆ่ายีราฟเหล่านี้จากเเอฟริกาใต้ พูดง่ายๆ สวมสัญชาติใหม่ให้ยี่ราฟจากเขตอื่นนั้นเอง
สิ่งที่ 6 ประเทศเเอฟริกาต้องการตอนนี้คือผลักดันให้ยีราฟ เป็นสัตว์ที่ล่าฆ่าเเละขายได้ ตราบไดที่บริหารจัดการให้ยั่งยืนเเละจำนวนไม่ลดลงอย่างฮวบฮาบ ซึ่งมีเสียงจากผู้ใหญ่ใน CITES เเอบไม่เห็นด้วยเพราะกลัวว่าจะล่ายีราฟกันเเบบ ล้างบางเลยทีเดียว ไม่เกินวันพฤหัสนี้จะมีการหารือเรื่องการอนุรักษ์ยีราฟในที่ประชุม CITES เเต่ประชาชนทั่วๆไป ที่ทำกันได้ก็คือ ไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสัตว์ที่ใกล้สูญพันธู์เเค่นั้นเอง