จากการศึกษาของสถาบันวิจันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI เกี่ยวกับขยะพลาสติกกว่า 6 เดือน พบว่า กิจกรรมที่ก่อให้เกิดขยะทะเลมากที่สุดคือการท่องเที่ยวชายหาด รองลงมาคือชุมชนริมน้ำ กับการฝังกลบไม่ถูกต้อง โดยขยะที่พบ 3 ลำดับแรกคือถุงพลาสติก กล่องโฟม และถุงพลาสติกหูหิ้ว
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญของประเทศในการลดขยะพลาสติก พยายามแก้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ คือการรณรงค์ไม่ใช้ กับการตั้งโรงงานเผาขยะ และบ่อฝังกลบ แต่ไม่สำเร็จ
ขณะที่ปีนี้กลุ่มร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เกต ร่วมรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก และมีบางรายขอเก็บเงินค่าใช้ถุงพลาสติก แต่พบว่าเจ้าที่เก็บเงินค่าใช้ถุงพลาสติกกับลูกค้า ส่งผลต่อผลประกอบการ นายสมเกียรติมองว่า ภาครัฐควรออกมาตรการหรือประกาศอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผู้ประกอบการเก็บเงินค่าใช้ถุงพลาสติก แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป โดยมีผลศึกษาจากกรมควมคุมมลพิษแล้วว่า ควรเก็บเงินค่าถุงพลาสติกที่ราคาใบละ 1 บาท 50 สตางค์
ทั้งนี้ประเด็นเรื่องอาหารไทย ที่มีความหลากหลายทางระเภทอาหาร แกง ผัด ของมัน ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับร้านขายอาหารในท้องตลาด นายสมเกียรติ มองว่า ต้องเริ่มต้น ที่ถุงพลาสติกใบใหญ่ในการใส่ถุงกับข้าวรวม ต้องใช้ภาชนะทางเลือกเป็นถุงผ้าใบใหญ่ หรือดีที่สุดใช้เป็นภาชนะที่สามารถใช้ซ้ำได้เช่นปิ่นโต
ส่วนการออกเป็นกฎหมายแบบบางประเทศ เช่น จีน ออสเตรเลีย ซึ่งมีบทลงโทษหากใช้ถุงพลาสติก นายสมเกียรติ มองว่า เป็นมาตรการที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีน้อยกว่าการเก็บเงิน และเชื่อว่าไทยจะไม่ไปถึงจุดนี้ เพราะอาจเกิดการต่อต้าน และลักลอบใช้จากประชาชน