เมื่อวันที่ (18 ก.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัว น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส ที่ถูกนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วนยิงเสียชีวิตหน้าเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 เดินทางไปเข้าฟังคำพิพากษาศาลจังหวัดพัทยา เมื่อช่วงเช้าวันนี้
หลังฟังการอ่านคำพิพากษากว่า 1 ชั่วโมง แม่น้องสปายและทนาย ก็ออกมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลาย พอใจในคำพิพากษาของศาลที่ให้จำคุก"เสี่ยอ้วน"ตลอดชีวิต และให้ร่วมกันชดใช้ไหมทดแทนแก่ น.ส.วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย เป็นเงิน 7,314,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และนางจอมศรี ชมพูพื้น แม่น้องฟอส เป็นเงิน 7,320,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
สำหรับกลุ่มจำเลยที่ถูกศาลพิพากษาในวันนี้ ออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรกประกอบด้วยนายปัญญา หรือ ‘เสี่ยอ้วน’ นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ หรือ ‘บอล’ คนขับรถ และนายณรงค์ วรินทรเวช หรือ ‘บ่าว’ มือปืน ที่นั่งรถมาคันเดียวกัน พิพากษาให้ประหารชีวิต แต่คำให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือ “จำคุกตลอดชีวิต”
กลุ่มที่สอง คือ นายสายันต์ ศรีสุข หรือ ‘ยัน’ ผู้หาข่าวและชี้เป้าหมายให้เสี่ยอ้วน ถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่คำให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือ “จำคุก 50 ปี”และกลุ่มที่สาม คือ นายกฤษณะ สีสุข หรือ ‘มด’ และนายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือ ‘ป๊อปปี้’ ที่ขับรถคุ้มกันเสี่ยอ้วน มีความผิด 2 กระทง พิพากษาจำคุกกระทง 12 ปี แต่คำให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือ “จำคุก 16 ปี”
นายปัณฑวัฎฐ์ พิมพ์สกุล เลขาธิการสภาทนายความจังหวัดพัทยา เผยว่า ‘เสี่ยอ้วน’ และพวก มีสีหน้าเรียบเฉย น่าจะเป็นเพราะรู้ตัวดีว่าต้องได้รับโทษ แต่อาจไม่ได้คิดว่าโทษจะหนักขนาดนี้
น.ส.วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย ระบุว่า พอใจกับคำพิพากษา แม้โทษจะไม่ถึงประหารชีวิต และบอกว่าก่อนหน้านี้ฝันเห็นลูกสาวว่าจะมาฟังคำพิพากษาด้วยและขอบคุณทางอัยการและทนายความที่เข้ามาช่วยดูแลคดี หากคดีถึงที่สุดจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้น้องสปาย เพื่อไม่ให้เป็นห่วง