เมื่อวันที่ (19 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับคนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-1966 สุโขทัย ซึ่งคนขับเป็นชายอายุระหว่าง 55-60 ปี อยู่ในอาการเหมือนคนเมา พูดจาสับสน ไม่ยอมให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ในการขอตรวจสอบ โดยพยายามจะเร่งเครื่องหนี เจ้าหน้าที่จึงปีนขึ้นไปและดับเครื่องยนต์ เพื่อความปลอดภัย จากนั้นใช้เวลาในการพูดเกลี้ยกล่อมคนขับประมาณ 15 นาที คนขับจึงยอมลงจากรถแต่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอ้างว่าตนเองไม่ได้กระทำผิดอะไรจะมาตรวจค้นไม่ได้ และจะคุยกับเจ้าของรถเท่านั้น
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งให้ช่วยสกัดรถคันดังกล่าว ที่ขับรถมาด้วยความเร็วจนเจ้าหน้าที่ไล่ตามไม่ทัน จึงประสานตำรวจ สภ.เกาะคา ให้ตั้งด่านสกัดที่จุดตรวจหลังเทิน ต.นาแส่ง ปรากฏว่า รถพ่วงคันนี้แหกด่านอีกและขับไปอย่างรวดเร็ว หายไปในเส้นทางลัดเลาะในหมู่บ้าน ตำรวจต้องแจ้งให้สถานีตรวจภูธรต่าง ๆ ในเส้นทางไม่ว่าจะ สภ.เขลางค์นคร สภ.เมืองลำปาง ให้ตั้งด่านสกัดตามแยกสำคัญ
ทั้งนี้แต่คนขับรถพ่วงก็ขับฝ่าด่านมาเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีบังคับสัญญาณไฟจราจรให้เป็นไฟแดง จังหวะนั้นมีรถบัสโดยสารวิ่งมาจอดช่องทางถนนพอดี ทำให้รถพ่วงคันที่ก่อเหตุต้องชะลอ จนสามารถจับกุมได้ ด้านคู่กรณีของรถพ่วง เปิดเผยว่า รถคันดังกล่าวได้ขับชนรถตนเองแล้วขับหนี เคราะห์ดีขณะเกิดเหตุยังมีสติประคองรถจอดได้ แล้วโทรศัพท์ให้ตำรวจช่วยเหลือ เพราะจำทะเบียนรถได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนขับรถพ่วง ตรวจสารเสพติดในร่างกาย และเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์อย่างละเอียด และส่งตัวให้ ตรวจ สภ.สบปราบ เพื่อเจรจาตกลงค่าเสียหายรถคู่กรณีต่อไป สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ รถพ่วงได้ก่อเหตุและขับหลบหนีไปถึง 3 อำเภอ ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร