การตอบโต้ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน เกิดขึ้นหลัง พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า รับมอบอำนาจจากแม่ทัพภาคที่ 4 แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ 12 แกนนำ และนักวิชาการ ที่ร่วมเวทีเสวนาและรณรงค์ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ในความผิดฐาน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า การจัดเวทีเสวนา ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานยุยงปลุกปั่น เนื่องจากไม่มีการกระทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน ไม่ได้ใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องละเมิดกฎหมายแผ่นดิน จึงเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมือง ที่ พล.ต.บุรินทร์ เคยทำมาตลอดเวลา 5 ปี ที่เป็นฝ่ายกฎหมายให้ คสช.
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ 1 ใน 12 ผู้ถูกกล่าวหา เตรียมแจ้งความกลับ พล.ต.บุรินทร์ และบอกว่าตามกฎหมาย นายกรัฐมนตรี มีสถานะเป็น ผอ.รมน. จึงจะหาช่องทางเพื่อเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาด้วย
ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เห็นพ้องและเชื่อว่ากฎหมายอาญามาตรา 116 ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งในช่วง 5 ปี คสช. หลายคดีทั้งอัยการและศาลสั่งไม่ฟ้อง และในฐานะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จะเชิญ พล.ต.บุรินทร์ มาชี้แจง
นายปิยบุตร ยังระบุด้วยว่า 7 พรรคฝ่ายค้านมีจุดยืนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่วมกันที่จะไม่แตะต้องหมวด 1 และ หมวด 2 พร้อมมองว่าการดำเนินคดี เป็นความพยายามในการเปลี่ยนทิศทางข่าวรัฐบาล ที่ความนิยมกำลังลดลง และประชาชนเริ่มสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากขึ้น
ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พูดถึงการติดตามการจัดเวทีของ 7 พรรคฝ่ายค้านที่จังหวัดเชียงใหม่ มหาสารคาม และชลบุรี ว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมระบุว่าการดำเนินคดีเป็นอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. เพราะมีนักวิชาการพูดถึงการแก้ไขมาตรา 1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับรูปแบบของรัฐ และสาเหตุที่แจ้งความจับแกนนำ 7 พรรคร่วมด้วย เพราะไม่ได้ระงับยับยั้งความผิดที่เกิดขึ้น
ด้านนายรักชาติ สุวรรณ แกนนำพุทธเพื่อสันติภาพ หนึ่งในผู้ถูกกล่าวโทษ เผยกับทีมข่าวว่า ขึ้นเวที เพราะพรรคฝ่ายค้านเชิญมาในฐานะภาคประชาสังคมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ไม่อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เมื่อมาถึงตรงนี้ทำให้เข้าใจในสังคมที่ชอบผลักคนที่แสดงความคิดเห็น ให้ไปอยู่อีกฝั่งตรงข้าม
นายรักชาติระบุว่า วันนั้นนั่งไม่มีการบอกว่าจะต้องแยกตัวหรือต้องเป็นอิสระ คนข้างล่างก็พูดว่าไม่ได้ยินการพูดเรื่องพวกนี้