เมื่อวันที่ (15 ต.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลำน้ำท่าหา ในหมู่บ้านคีรีวง หมู่ที่ 5 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอลานสกา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยพยัคฆ์ไพร เจ้าท่าภูมิภาค ตำรวจ สภ.ลานสกา นครศรีธรรมราช เข้าสำรวจพื้นที่เทคอนกรีตบริเวณลำธารท่าหา หลังจากที่ปรากฎถูกร้องเรียนผู้ประกอบการเทคอนกรีตรุกล้ำลำธาร โดยเจ้าหน้าที่ได้ฉีดพ่นสเปรย์สีแดงเพื่อกำหนดแนวเขตรื้อถอนทำลาย เพื่อให้ลำธารกลับคืนสภาพเดิม เนื่องจากถูกผู้ประกอบการเทคอนกรีตรุกล้ำอย่างเห็นได้ชัดโดยผู้ประกอบการแต่ละรายยินยอมให้ความร่วมมือที่จะรื้อถอน
นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่าการเทคอนกรีตของผู้ประกอบการเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านได้เข้ารายงานตามขั้นตอน ทางอำเภอได้เรียกผู้ประกอบการจำนวน 10 ราย ไปพูดคุยทำความเข้าใจเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม มีการตกลงกำหนดวันเรียบร้อยก่อนที่จะมีการเผยแพร่ภาพร้องเรียนที่เกิดขึ้น แต่หลังจากที่เป็นประเด็นจึงลงมาเพื่อเร่งรัด และกำหนดให้วันพรุ่งนี้เริ่มรื้อถอนทันที
ขณะที่นางอุไรวรรณ โฉมทอง ผู้ประกอบการรีสอร์ทตหนึ่งใน 10 รายที่ได้เทคอนกรีตลงในพื้นที่เปิดเผยถึงการเทคอนกรีตนั้น ว่าในช่วงหน้าน้ำหลากลำธารจะมีน้ำป่าที่รุนแรงมาก และจะกัดเซาะทำลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงมีการทำแนวคอนกรีตเพื่อป้องกันการกัดเซาะขึ้น แต่เมื่อไม่ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ยินดีที่จะรื้อถอนออกไปให้มีความเรียบร้อยเกิดขึ้น
ประเด็นนี้ี่เกิดขึ้น เนื่องจากเพจเฟซบุ๊ก ชมรมstrong-จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า “เทคอนกรีตลงไปในคลองท่าดี ตั้งโต๊ะกินอาหารชมวิวกันในคลอง #คีรีวง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราช รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ไร้หน่วยงานใดเข้าจัดการ ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากนักท่องเที่ยวและชาวเน็ต ที่มองว่าเป็นการรุกล้ำธรรมชาติมากเกินไป
ส่วนสภาพพื้นที่นั้นพบว่าตลอดแนวที่มีอยู่ประมาณ 10 ร้านได้เทคอนกรีตลงไปในแนวลำธารมีความราวประมาณ 100 เมตร ได้กำหนดรื้อถอนออกให้หมดภายใน 5 วัน หากไม่ดำเนินการเจ้าหน้าที่จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายทันที