วันนี้ ( 11 พ.ค.58) ตัวแทนสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี แถลงการณ์กรณีพบศพมุสลิมโรฮีนจา 26 ศพ ที่เทือกเขาแก้ว ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยขอบคุณรัฐบาลที่กวาดล้างเครือข่ายการค้ามนุษย์และได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 6 ประการ ได้แก่ ให้ดำเนินการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ขอให้ดำเนินการทางการทูตเพื่อกดดันรัฐบาลเมียนมา แก้ปัญหาการกดขี่มุสลิมโรฮีนจา
ขอให้รัฐบาลคำนึงหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนในการดำเนินการทางกฎหมายต่อกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮีนจาและกลุ่มอื่นๆทั้งในแง่การจัดที่อยู่อาศัยอันเหมาะสม อาหารที่ถูกต้องตามหลักศาสนาและการดำเนินการตามกฎหมายอย่างยุติธรรม ขอให้ผู้เกี่ยวข้องติดต่อองค์กรทางศาสนาอิสลามเพื่อร่วมดำเนินการตามบัญญัติของศาสนาอิสลามต่อไป
นอกจากนี้สภาเครือข่ายฯและองค์กรมุสลิมทั้งหลายขอประนามบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆก็ตามที่มีส่วนสนับสนุนการค้ามนุษย์ เนื่องจากเป็นการกระทำผิดหลักศาสนาอิสลามอย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำที่สะท้อนความใจบาปเพื่อนมนุษย์ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะทุกข์ยาก และขอให้รัฐบาลไทยประสานความร่วมมือกับรัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งเป็นภาคีที่เกี่ยวข้องกับกรณีโรฮีนจาโดยตรง และดำเนินการแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน
ด้าน พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องพยายามแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกับกองทัพบก รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประสานงานความร่วมมือกัน เพราะไทยเป็นประเทศกลางทาง ส่วนประเทศต้นทางและปลายทาง ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ขณะนี้ได้ประสานงานความร่วมมือ โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 4 เข้าปราบปรามจุดหลบซ่อน หรือพักพิงให้กับชาวโรฮีนจา โดยนายกรัฐมนตรีให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้เป็นวาระแห่งชาติ ต้องนำไปสู่การยอมรับของต่างประเทศ