ไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และจอห์น มูลเลนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจว่าด้วยการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ส่งหนังสือถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบบุคคลและกิจการที่ถูกระบุว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสแกมออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หนังสือดังกล่าวขอให้สองกระทรวงสอบสวนและพิจารณาภายใน 180 วัน ว่าบุคคลหรือกิจการในรายชื่อเข้าเกณฑ์ที่จะถูกใช้มาตรการคว่ำบาตรภายใต้อำนาจตามกฎหมายของสหรัฐฯ หรือไม่ รวมถึงกฎหมาย Global Magnitsky Human Rights Accountability Act ตลอดจนมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับเมียนมา อาชญากรรมไซเบอร์ และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
คณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุว่า หนังสือดังกล่าวมีเป้าหมายให้รัฐบาลสอบสวนบุคคลต่างชาติที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือบ่งชี้ว่าอาจเชื่อมโยงกับศูนย์สแกมออนไลน์ และหากผลสอบพบว่าเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย จึงพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อไป
ในหนังสือ มาสต์และมูลเลนาร์ระบุว่า เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สร้างศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่สำหรับหลอกลวงออนไลน์ ตั้งแต่การหลอกลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี หรือ Pig Butchering ไปจนถึงโรแมนซ์สแกม พร้อมระบุว่าศูนย์สแกมหลายแห่งเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยผู้ที่ถูกพาเข้าไปทำงานบางส่วนถูกบังคับให้หลอกลวงผู้อื่น รวมทั้งเผชิญการใช้ความรุนแรงและการทรมาน
หนังสืออ้างข้อมูลว่า มีผู้คนจากกว่า 70 ประเทศ ประมาณ 400,000 คน ถูกบังคับให้ทำงานอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกล่าวถึงสถานการณ์ในเมียนมา กัมพูชา และลาว โดยผู้ลงนามระบุว่า โครงสร้างทางการเงิน เครือข่ายผู้จัดตั้ง และการคุ้มครองทางการเมืองที่สนับสนุนอุตสาหกรรมดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ แม้หลายประเทศจะเพิ่มมาตรการปราบปรามในช่วงที่ผ่านมา
ในส่วนของเมียนมา หนังสือกล่าวถึงการปราบปรามศูนย์สแกมขนาดใหญ่ที่ชเวก๊กโกและเคเค พาร์ก พร้อมระบุว่าเครือข่ายศูนย์สแกมตามแนวชายแดนไทย-เมียนมายังคงขยายตัว ขณะที่ในส่วนของกัมพูชา หนังสืออ้างรายงานหลายฉบับที่กล่าวถึงการทุจริต การคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับศูนย์สแกม
ผู้ลงนามจึงขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบ 28 รายการ ซึ่งประกอบด้วยบุคคล 26 ราย และกิจการ 2 แห่ง โดยมีชื่ออดีตรัฐมนตรีของไทยอยู่ในรายชื่อดังกล่าวด้วย
มาสต์และมูลเลนาร์ระบุในตอนท้ายว่า หากมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรกับผู้ที่ผลการตรวจสอบพบว่าเข้าเกณฑ์ จะเป็นมาตรการเพื่อกดดันเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายแก่ชาวอเมริกันและพันธมิตรของสหรัฐฯ
ที่มา: คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ