สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า วอชิงตันเตรียมบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่เขาเรียกว่า "หนักที่สุดในประวัติศาสตร์" โดยชี้ว่า การเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจอาจช่วยลดความจำเป็นในการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่อีกครั้ง
คำกล่าวของเบสเซนต์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมมีขึ้นหนึ่งวันหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะทำสงครามเศรษฐกิจกับอิหร่าน และเตือนว่าประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือเตหะรานในทุกรูปแบบ จะต้องเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
เบสเซนต์ระบุว่า จะเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ในวันที่ 24 สิงหาคม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ ขณะที่ตลาดประเมินผลกระทบจากมาตรการทางการเงินของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายกดดันให้อิหร่านยุติสงครามซึ่งดำเนินมานานเกือบ 6 เดือน
เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ว่า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมราคาน้ำมันจึงปรับขึ้นอย่างมากจากข่าวดังกล่าวเขาระบุว่า หากสหรัฐฯ กำลังดำเนินนโยบายกดดันทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุด ก็อาจหมายความว่า มีโอกาสน้อยลงที่จะกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่
สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน และยังดึงประเทศอ่าวอาหรับเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่ตลาดพลังงานได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความสามารถของอิหร่านในการจำกัดการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนสงครามเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ช่องแคบดังกล่าวรองรับการขนส่งน้ำมันที่มีการซื้อขายทั่วโลกราว หนึ่งในห้า สหรัฐฯ และอิหร่านเคยประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 ครั้งในเดือนเมษายน และมิถุนายน เพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านฮอร์มุซและเปิดทางไปสู่การยุติความขัดแย้ง แต่ข้อตกลงทั้งสองครั้งล้มเหลวอย่างรวดเร็ว
อิหร่านเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักมาเกือบ 50 ปี นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ก่อนเบสเซนต์ออกมาให้สัมภาษณ์ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณามมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ โดยเรียกว่าเป็นการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ
เตหะรานระบุว่า มาตรการเหล่านี้จะไม่ทำให้ชาวอิหร่านลังเลแม้แต่น้อยในการปกป้องเอกราช ศักดิ์ศรี และอธิปไตยของประเทศ
เบสเซนต์กล่าวว่า เขาจะเปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการใดบ้างต่ออิหร่านในการแถลงข่าววันจันทร์ เขายังระบุว่า นโยบายของสหรัฐฯ จะเป็นการโจมตีสองทาง ทั้งจากการปิดล้อมอิหร่านและมาตรการคว่ำบาตรที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์
สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการปิดล้อมทางเรือต่ออิหร่านตั้งแต่เดือน เม.ย. ก่อนจะหยุดชั่วคราวเป็นเวลา 1 เดือนในช่วงกลางเดือนมิถุนายน
เบสเซนต์ยังกล่าวว่า เป้าหมายของแรงกดดันดังกล่าวคือทำให้รัฐบาลอิหร่านล่มสลาย พร้อมเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรและประชาคมระหว่างประเทศเลือกว่าจะยืนอยู่ฝ่ายใด
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศให้ยุติสงครามอิหร่าน หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูงกระทบคะแนนนิยมของเขา และอาจส่งผลต่อโอกาสของพรรครีพับลิกันในการรักษาการควบคุมสภาคองเกรสในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาว่าคำขู่ของทรัมป์เป็นความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนสหรัฐฯ จากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงหนี้สาธารณะที่ทำสถิติสูงสุดและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
อารักชีระบุว่า การที่วอชิงตันยังคงเดินหน้านโยบายที่เขามองว่าล้มเหลว จะนำไปสู่ความล้มเหลวเพิ่มเติม และยิ่งทำให้ประชาชนอิหร่านต่อต้านสหรัฐฯ มากขึ้น
อย่างไรก็ตามสำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า คำขู่และประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของทรัมป์ในอดีตไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติตามข้อความที่ประกาศไว้ทุกครั้ง ดังนั้นรายละเอียดที่แท้จริงของมาตรการต่ออิหร่านยังต้องรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า
ที่มา: Reuters