มือปืนรายหนึ่งที่เชื่อว่าได้รับอิทธิพลจากแนวคิดขวาจัดขับรถพุ่งเข้าไปในจัตุรัสตลาดหลักในเมืองกรากุฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของโปแลนด์ ก่อนเปิดฉากยิงใส่ประชาชนไม่เลือกหน้าส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คนและบาดเจ็บอย่างน้อย 15 คน เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น หรือเมื่อเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยรถของผู้ก่อเหตุขับพุ่งผ่านใจกลางเมือง ท่ามกลางเสียงปืนและประชาชนที่ต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
และกระสุนจากอาวุธยังทำให้กระจกหน้าร้านค้าแตกเสียหาย และมีรถรางถูกยิง ขณะที่โต๊ะและข้าวของกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่ติดตามรถของคนร้ายจนเกิดอุบัติเหตุรถชน ก่อนยิงตอบโต้และเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นชายชาวโปแลนด์วัย 25 ปีเอาไว้ได้ โดยตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย หนึ่งในนั้นอาการวิกฤตและกำลังต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต
ขณะที่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้เป็นชาวโปแลนด์ 3 คน ชาวอังกฤษ 1 คน และยังไม่ทราบอัตลักษณ์อีก 2 คน ส่วนผู้บาดเจ็บมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย 5 คน จากอังกฤษ ออสเตรีย รัสเซีย เยอรมนี และโปรตุเกส
ภายหลังการตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตอีก 3 คน เป็นหญิง 2 คน และชาย 1 คน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นสมาชิกครอบครัวใกล้ชิดของผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบอาวุธและกระสุนเพิ่มเติมภายในรถที่ใช้ก่อเหตุ
ด้านนายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทัสก์ของโปแลนด์ ระบุว่า โปแลนด์ ไม่เคยเจอเหตุการณ์ก่อการร้ายที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน และยืนยันจะจับกุมผู้ที่อาจให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุ พร้อมยกย่องตำรวจทั้ง 2 นาย ทราบชื่อคือ ยาคุบ คูลิก (Jakub Kulik) และอาร์ตูร์ โมรานสกี (Artur Morański) ที่ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้จำนวนมากว่าเป็นวีรบุรุษอย่างแท้จริง
ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของโปแลนด์ ระบุว่า ทุกอย่างบ่งชี้ว่าผู้ก่อเหตุหลงใหลในแนวคิดขวาจัดและมีมุมมองชาตินิยมสุดโต่ง โดยคนร้ายสวมชุดยุทธวิธีทางทหารและใช้อาวุธระดับกองทัพ แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทัพโปแลนด์ ส่วนสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
ทั้งนี้ รัฐบาลประกาศไว้อาลัยในเมืองกรากุฟจนถึงวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้