ประธานาธิบดีโปแลนด์ คาโรล นัฟรอกกี ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น แสดงจุดยืนสนับสนุนการเข้าร่วมโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งจะช่วยให้โปแลนด์เริ่มการทำงานในส่วนนี้ได้ แต่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าในเรื่องนี้หรือไม่
นัฟรอกกีได้ระบุถึงภัยคุกคามจากรัสเซียว่า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โปแลนด์ต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง
เช่นเดียวกับหลายชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) ในทวีปยุโรปที่เริ่มระดมกำลังทหารในประเทศเพื่อรับมือกับความก้าวร้าวของรัสเซีย
ปัจจุบัน โปแลนด์ยังเป็นสมาชิกสนธิสัญญาไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ที่รับรองให้ 5 ชาติสมาชิถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ คือ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้
แต่นอกจากทั้ง 5 ประเทศเหล่านี้ ยังมีอีก 3 ชาติในเอเชียที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ประกอบไปด้วย อินเดีย ปากีสถาน และเกาหลีเหนือ ส่วนอิสราเอล แม้จะยังไม่มีข้อมูลยืนยัน แต่เชื่อว่ากองทัพน่าจะมีอาวุธชนิดนี้ที่ยังไม่เคยเปิดเผย
ส่วนในเยอรมนีเริ่มมีการพูดถึงการจัดหาอาวุธนิวเคลียร์เช่นกัน แม้เป็นเรื่องต้องห้ามในอดีต โดยเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากทั้งนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของกองทัพ และผู้เชี่ยวชาญหายคน
ด้าน เซอร์เกย์ เนชาเอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงเบอร์ลินวิจารณ์ว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
ขณะที่เดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ราฟาเอล กรอซซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ประเมินว่า เยอรมนีสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ภายในระยะเวลาเพียงไมี่กีเดือน แต่ยอมรับว่าความคิดเห็นดังกล่าวเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น