โจ เคนท์ อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับรายการ The Tucker Carlson Show ว่า การใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อโจมตีอิหร่านยังคงเป็นทางเลือกที่อาจเกิดขึ้นจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันกำลังใช้ความพยายามอย่างหนักในการหาทางออกสำหรับการทำสงครามกับอิหร่าน
เคนท์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ใด ๆ ในการสู้รบได้เลย ทั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายตลอดเวลา และทุ่มเทสรรพกำลังอย่างมากมายทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ
การวิเคราะห์ของเคนท์มองว่า หากเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเป็นการโค่นล้มผู้นำสูงสุดของอิหร่านลงจากอำนาจและบังคับให้ระบอบที่ปกครองประเทศอยู่ในปัจจุบันยอมจำนนอย่างสมบูรณ์
ทางเลือกที่มีอยู่จึงเหลือเพียง 2 ทางเท่านั้น คือการส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าร่วมทำสงคราม หรือการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ แต่การใช้กำลังภาคพื้นดินเป็นทางเลือกที่ไม่คุ้มค่า เนื่องจากอิหร่านเป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่และมีประชากรจำนวนมาก
ส่วนการใช้อาวุธนิวเคลียร์ เคนท์เชื่อว่าสหรัฐฯ จะเลือกโจมตีเป้าหมายเฉพาะส่วนที่เป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ภูเขา
โดยสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางรายงานข่าวที่อ้างว่ากระทรวงกลาโหมกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาวุธสำหรับการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายและขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจใช้ขีปนาวุธอย่างสิ้นเปลืองเพื่อรับมือการโจมตีจากอิหร่าน
ตัวอย่างล่าสุดเกิดขึ้นในคืนวันที่ 30 สิงหาคม ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ ต้องยิงขีปนาวุธมากกว่า 80 ลูก เพื่อปกป้องน่านฟ้าจอร์แดนจากการโจมตีของขีปนาวุธอิหร่านเพียงครั้งเดียว
ตัวเลขขีปนาวุธแพทริออตมากกว่า 80 ลูกที่ถูกยิงออกไปเมื่อวันที่ 30 ส.ค. อาจคิดเป็นสัดส่วนถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนขีปนาวุธสหรัฐฯ ที่เหลืออยู่
ขณะที่เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่ดินแดนของอิหร่านอีกครั้ง โดยสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านรายงานว่า สะเก็ดระเบิดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐฯ ตกใส่บ้านพักอาศัยในเมืองคูเฮสทัค ในเขตซีริค ซึ่งกำลังมีพิธีฉลองงานแต่งงาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงเด็กเล็ก 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คน
ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) อ้างว่า กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC เพื่อตอบโต้ความพยายามโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน มีรายงานเสียงระเบิดในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน ได้แก่ เกาะเกชม์ เมืองท่าบันดาร์อับบาส ชาบาฮาร์ จาสก์ ซีริค รวมถึงสนามบินพลเรือนในเมืองจีรอฟต์