เกิดเหตุน้ำป่าฉับพลันครั้งรุนแรงในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และยังมีผู้สูญหายอย่างน้อย 1 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักมากกว่า 80 คน
เดิมทีเจ้าหน้าที่ประเมินจากระบบใบอนุญาตเข้าพื้นที่ว่า อาจมีผู้สูญหายประมาณ 15 คน แต่ภายในช่วงค่ำวันที่ 31 สิงหาคม สามารถติดตามตัวได้เกือบทั้งหมด เหลือเพียง 1 คนที่ยังไม่ทราบชะตากรรม
เดฟ แบล็ก ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ยืนยันว่า ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายยังดำเนินต่อไป ขณะที่อุทยานแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NPS ระบุว่า พบร่างชายวัย 46 ปีเมื่อคืนวันที่ 30 สิงหาคมบริเวณใกล้แก่งคริสตัลในแม่น้ำโคโลราโด
ครอบครัวระบุว่า ผู้เสียชีวิตคือ นพ.จอห์น จูสตี ไคโรแพรกเตอร์จากเมืองแกรนเบอรี รัฐเทกซัส ซึ่งเดินป่าร่วมกับเพื่อนอีก 2 คนขณะเกิดเหตุ
ต่อมาในวันที่ 31 สิงหาคม เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 2 แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอัตลักษณ์หรือสถานการณ์ที่พบร่าง โดย NPS ขอให้ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับนักเดินป่าหรือผู้ตั้งแคมป์ซึ่งอยู่บริเวณหุบเขาไบรต์แองเจิล หรือที่พักแฟนทอม แรนช์ช่วงบ่ายวันที่เกิดน้ำป่า ติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยาน
เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบผู้ที่อาจอยู่บนเส้นทางนอร์ทไคแบ็บ พื้นที่ลานตั้งแคมป์ไบรต์แองเจิล และบริเวณที่เรียกว่า "เดอะ บ็อกซ์" ทางตอนเหนือของที่พักแฟนทอม แรนช์
เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาระบุว่า บางพื้นที่ได้รับฝนประมาณ 0.5-1 นิ้ว หรือราว 13-25 มิลลิเมตร ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ด้วยภูมิประเทศที่เป็นหินและมีความลาดชันสูง น้ำฝนส่วนใหญ่จึงไหลบ่าลงสู่พื้นที่ต่ำแทบจะทันที กระแสน้ำที่รุนแรงพัดพาก้อนหิน สิ่งปลูกสร้าง และเศษซากจำนวนมากลงสู่แม่น้ำโคโลราโด
ก่อนหน้าคลื่นฝนที่รุนแรงที่สุด ยังมีฝนตกมาแล้ว 3 ระลอก ทำให้ลำห้วยและทางระบายน้ำมีน้ำไหลอยู่ก่อนแล้ว เมื่อฝนระลอกที่ 4 เข้ามา จึงยิ่งเพิ่มความรุนแรงของน้ำป่า
เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีผู้ถูกอพยพออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักแล้วอย่างน้อย 82 คน NPS ระบุว่า สะพานคนเดินเกือบทั้งหมดที่ข้ามลำธารไบรต์แองเจิลถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถเดินข้ามลำธารได้ตามปกติ
พื้นที่หลายแห่งถูกสั่งปิดจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ได้แก่ ที่พักแฟนทอม แรนช์, ลานตั้งแคมป์ไบรต์แองเจิล, โรงอาหารแฟนทอม แรนช์, เส้นทางเดินป่านอร์ทไคแบ็บ รวมถึงสะพานแบล็ก และสะพานซิลเวอร์
อย่างไรก็ตาม อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอนโดยรวมยังคงเปิดให้บริการ และนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าถึงทั้งฝั่งขอบผาด้านเหนือ และขอบผาด้านใต้ได้ ส่วนกิจกรรมล่องแพในแม่น้ำโคโลราโดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม หลังเจ้าหน้าที่ประเมินว่าปลอดภัย
น้ำป่ายังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานภายในหุบเขา โดยเฉพาะท่อส่งน้ำทรานส์แคนยอน ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำความยาวประมาณ 12.5 ไมล์ หรือราว 20 กิโลเมตร สร้างมาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1960 NPS ระบุว่า ระบบดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้ และประมาณ 40% ของท่อได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย เจ้าหน้าที่ประเมินว่า อาจมีท่อส่งน้ำเสียหายเป็นระยะทางหลายไมล์
ปัญหานี้ทำให้พื้นที่อุทยานเหลือน้ำสำรองอย่างจำกัด โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ฝั่งขอบผาด้านใต้มีน้ำสำรองเพียงพอประมาณ 2 สัปดาห์ ภายใต้ระดับการใช้งานปัจจุบัน ทางอุทยานจึงต้องดำเนินมาตรการประหยัดน้ำอย่างเข้มงวดระหว่างการประเมินและซ่อมแซมระบบ
เจ้าหน้าที่เตือนว่า ยังมีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าฉับพลัน กระแสโคลน หินถล่ม และสภาพเส้นทางหรือแม่น้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NWS ยังออกประกาศเฝ้าระวังน้ำป่าสำหรับพื้นที่ตอนเหนือและตอนกลางของรัฐแอริโซนา
NWS เตือนว่า ลำห้วย ทางน้ำแห้ง แอ่งน้ำ รวมถึงพื้นที่ที่เพิ่งถูกไฟป่าเผา อาจเกิดน้ำป่าได้ และในหุบเขาแคบอาจเกิดกระแสน้ำที่รุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต
ช่วงฤดูมรสุมถือเป็นช่วงที่แกรนด์แคนยอนมีความเสี่ยงสูงต่อภัยน้ำป่า เพราะแม้ท้องฟ้าจะดูปลอดโปร่ง แต่พายุฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ที่มา: CBS