ผู้เสียหายได้ให้ข้อมูลรายละเอียดการชักชวนร่วมลงทุนธุรกิจซื้อ-ขายตู้คอนเทนเนอร์สินค้าญี่ปุ่น โดยระบุประเภทสินค้าให้ผู้ร่วมลงทุนเลือกตามความสนใจ ตั้งแต่ เฟอนิเจอร์ ตุ๊กตา สินค้าแบรนด์เนม และสินค้าพรีเมียม ซึ่งแต่ละตู้มียอดการลงทุนและผลกำไรต่างกัน จะเสนอกำไร18% ต่อสัปดาห์ ต่อมามีการเสนอให้ลงทุนเพิ่มให้กำไรสูงสุดถึง 80% และเสนอให้ชักชวนคนมาลงทุนเพิ่มขึ้น ในลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ แต่ผู้ร่วมลงทุนรายอื่นที่ถูกชักชวนมาทีหลังก็ได้ผลกำไรเต็มจำนวนตามราคาตู้สินค้าที่ลงทุน
เช่นเดียวกับผู้เสียหายรายนี้ที่ เล่าว่า เริ่มลงทุนช่วงเดือนเมษายน 3แสนบาท ตามคำชักชวนของแฟนสาวที่เป็นเพื่อนสนิทกับผู้ถูกกล่าวหา ในระยะแรกยังไม่กล้าลงทุนสูงมาก แต่เมื่อได้รับเงินจริงก็ลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นหลักล้านบาท หลังจากนั้นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ผู้ถูกกล่าวหาจะใช้วิธีเพิ่มเงินทุนสูงขึ้น โดยอ้างว่ากำลังขยายฐานธุรกิจ ส่งตู้สินค้าจากญี่ปุ่นไปมาเลเซีย ต้องการเงินทุนเพิ่ม จึงปรับราคาจากเดิมตู้ละประมาณ6-7แสนบาท เป็นตู้ละ 1ล้านบาท และให้ชักชวนคนที่สนใจมาลงทุนเพิ่ม จึงลองชักชวนคนในครอบครัวและเพื่อนอีก ทำให้ขณะนี้เสียหายเกือบ 10 ล้านบาท
เมื่อรวบรวมผู้เสียหายในคดีนี้ พบว่ามีกว่า20ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ150ล้านบาท ก่อนหน้านี้ได้ทำใบรับสภาพหนี้และจ่ายเช็คให้ผู้เสียหายไปส่วนหนึ่ง แต่เมื่อวานนี้ผู้ต้องหาได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนพร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าที่ทำใบรับสภาพหนี้เนื่องจากถูกข่มขู่ ทีมข่าวจึงติดต่อไปยังผู้ต้องหาแต่ผู้ต้องหาปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาคดีความผิดตามพ.ร.บ.เช็ค เพราะผู้ต้องหามีการจ่ายเช็คเด้ง ทั้งหมดรวม 9คดี โดยวันจันทร์ ที่ 4 พย. ที่จะถึงนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้นัดผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาและเตรียมส่งฟ้องฝากขังผัดแรกที่ศาลแขวงพระนครเหนือ
ประวัติศาสตร์ “ปราสาทชูริ” อดีตพระราชวังอาณาจักรริวกิว ความภาคภูมิใจชาวโอกินาว่า
ททท.นำผู้ประกอบการไทย กระตุ้นญี่ปุ่นเที่ยวไทย คาดปีนี้แตะ 1.8 ล้านคน