ตามที่มีการนำเสนอข่าว 3 คนร้ายแหกคุกศาลจังหวัดพัทยา จำนวน 3 คน คือ นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ อายุ 40 ปี ,น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ อาย 30 ปี และนายบาร์ท อันเลน เฮลมัส อายุ 39 ปี ร่วมกันใช้มีดแทงตำรวจประจำศาลพัทยาจนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนใช้ปืนยิงเปิดทางวิ่งหลบหนีไปขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่บริเวณหน้าศาล กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังตามล่าตัวนั้น
ความคืบหน้าวันที่ 6 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ( 5 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีสามารถติดตามรถยนต์กระบะที่ถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในนิคมฯโรจนะบ่อวิน พร้อมควบคุมตัวผู้ร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาในการหลบหนีรวม 2 รายก่อนนำตัวไปสอบเครียด จนได้เบาะแสที่ชัดเจนว่าคนร้ายทั้ง 3 รายมีแผนที่จะหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เวลา 20.00 น.วันที่ 5 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และตำรวจท้องที่ในทุกสถานีระดมกำลังชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.12 และตำรวจภูธรภาค 2 เกือบ 200 นาย กระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.วัฒนานคร ตั้งแต่บริเวณสี่แยกบ้านคลองมะนาว ม.9 ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว และ อ. เขาฉกรรจ์ รวมทั้ง อ.วังน้ำเย็น
โดยได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกเป็น 7 ชุดติดตามกลุ่มคนร้ายที่คาดว่าน่าจะเข้ามาในพื้นที่ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ที่ผ่านมาอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งข้อมูลไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และคนในพื้นที่ให้ช่วยเฝ้าระวัง
กระทั่งเวลา 21.30 น.คืนที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่าชุดสืบสวน สภ.เขาฉกรรจ์ สามารถจับกุมนักโทษแหกคุกซึ่งเป็นหญิงได้ 1 ราย พร้อมชายอีกรายที่เป็นผู้นำเข้ามาในพื้นที่ ม.12 ต.เขาสามสิบ อ.เขาฉกรรจ์ โดยใช้รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิมิราจ สีขาวเป็นพาหนะ ซึ่งภายหลังถูกจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนักโทษและผู้ให้การสนับสนุนในการหลบหนี แยกสอบสวนอย่างละเอียด ส่วนรถยนต์นำไปเก็บไว้ที่ สภ.เขาฉกรรจ์
ด้าน พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อติดตามความคืบหน้าการบุกจู่โจมพื้นที่เป้าหมายเพื่อจับกุมนักโทษแหกคุกศาลจังหวัดพัทยาที่เหลืออยู่ พร้อมผู้นำพาหลบหนีที่คาดว่าน่าจะมีไม่น้อยกว่า 3 ราย ยังคงเฝ้าติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีอาวุธปืนที่ชิงมาจากตำรวจซึ่งถูกทำร้ายขณะหลบหนีด้วย
ทั้งนี้ คาดว่านักโทษพร้อมผู้นำพาหลบหนี ได้เดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา เพียง 20‐30 กิโลเมตรเท่านั้น หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรีบรายงานให้ทราบในทันที