วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวี ลงพื้นที่สำรวจร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่ นักศึกษาสาวผู้เสียหาย อ้างว่า ได้พบเจอกับ นักแสดงหนุ่ม
จากการตรวจสอบสภาพร้านพบว่า มีลักษณะเป็นร้านคาเฟ่ ขายเครื่องดื่มและอาหารจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ และ พาสต้า สภาพภายในร้านมีแสงสว่างค่อนข้างชัดเจน แต่ไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งภายในร้าน
จากการสอบถามพนักงานในร้าน ระบุว่า เจ้าของโพสต์ที่เป็นผู้เสียหาย และดาราหนุ่ม ได้มารับประทานอาหารที่ร้านในวันเกิดเหตุจริง แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เนื่องจากตำรวจขอไม่ให้เปิดเผยข้อมูลเพราะเกรงว่าอาจจะเสียรูปคดี แต่เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาสอบปากคำพนักงานที่ร้านเอาไว้หมดแล้ว
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ใครเป็นเจ้าของเยลลี่ ที่มีการอ้างถึง เพราะฝ่ายเจ้าของโพสต์ระบุว่า ดาราหนุ่ม เป็นผู้ยื่นให้ แต่เมื่อวานนี้ดาราหนุ่ม ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของเยลลี่ และไม่ทราบว่ามีเยลลี่อยู่บนโต๊ะหรือไม่
ซึ่งทีมข่าวพยายามติดต่อสอบถามข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย เพื่อตรวจสอบดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้
ด้านตำรวจ สน.ลาดกระบัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งคดีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีการกระทำผิดจริงตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างหรือไม่ จนกว่าจะได้รับผลตรวจร่างกายจากแพทย์ยืนยัน
ขณะเดียวกับบนโลกโซเชียล มีกระแสข่าวพูดถึงเยลลี่ชนิดนี้ ว่าอาจจะเป็นเยลลี่กัญชา หรือไม่ ทีมข่าวได้สอบถามข้อมูลกับ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีเยลลี่ที่ผู้เสียหายอ้างว่าอาจมีกัญชาเป็นส่วนผสมนั้น ต้องรอตรวจสอบว่าสารที่ผสมในเยลลี่ดังกล่าวเป็นสารอะไร และเป็นสารเสพติดหรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าเป็นสารเสพติดจริง เจ้าของเยลลี่จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งจะมีโทษแตกต่างกันไป
สำหรับประเด็นเรื่องกัญชา เคยมีข้อมูลจากทาง ป.ป.ส. ระบุว่า การนำกัญชาไปใช้เป็นส่วนผสมของอาหารไม่สามารถทำได้ และไม่ว่าจะเป็นการนำเข้า - มีไว้ในครอบครอง - รวมทั้งใช้ประกอบอาหาร – หรือเวชสำอางที่มีส่วนผสมของกัญชา ล้วนถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
ส่วนอาหารหรือเวชสำอางที่พบว่ามีส่วนผสมของกัญชา เช่น ลูกอม คุกกี้ ช็อกโกแลต บุหรี่ น้ำยา หรือ ครีมบำรุงผิว ส่วนใหญ่จะผลิตจากต่างประเทศที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ได้ ซึ่งสามารถสังเกตุได้จากบรรจุภัณฑ์หรือฉลากจะมีข้อความระบุว่า มีส่วนผสมของสาร THC หรือ CBD ซึ่งเป็นสารสกัดจากกัญชา
แต่ทาง ป.ป.ส. ย้ำว่าสำหรับประเทศไทย กัญชายังเป็นยาเสพติด และมีการปรับกฎหมายเพื่อผ่อนปรนให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยเท่านั้น เพราะกัญชามีทั้งส่วนที่เป็นประโยชน์และส่วนที่เป็นโทษ ดังนั้น การผลิต นำเข้า ครอบครอง หรือใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด หากไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ก็จะมีความผิดตามกฎหมายทั้งสิ้น